สุนัขสายพันธุ์อิงลิช บูลด็อก

English Bulldog

อิงลิช บูลด็อก สุนัขสายพันธุ์เก่าแก่ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศอังกฤษเมื่อหลายร้อยปีก่อนแต่ยังคงความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยรูปร่างหน้าตาที่มองปุ๊บรู้ปั๊บ ไม่มีใครสับสนสุนัขพันธุ์นี้กับพันธุ์อื่นแน่นอน ระดับความป๊อปปูล่าอยู่อันดับที่ 5 จากการสำรวจสายพันธุ์สุนัขยอดนิยมปี 2020 จาก The American Kennel Club อีกด้วย

 

อิงลิช บูลด็อก
ต้วมเตี้ยม กินเก่ง เฟรนด์ลี่
ขนาด Medium
ส่วนสูงเมื่อโตเต็มวัย: 38-40 เซนติเมตร
น้ำหนัก: 23-25 กิโลกรัม
อายุขัย: 10 ปี
หมวดหมู่ของสุนัขแบ่งกลุ่มตาม AKC: Non-Sporting Group
สีขน: สีค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่ขาวล้วน ขาว-น้ำตาล ขาว-ดำ น้ำอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม เทาและช็อกโกแลต

ไฮไลท์ของสายพันธุ์

สุนัขอิงลิช บูลด็อกในภาพจำของทุกคนคือ สุนัขตัวเตี้ยล่ำ หน้าย่น คางยื่น พร้อมท่าทางสดใสขี้เล่นแต่ดูไม่ว่องไวนัก ใช่แล้วนี่คือหน้าตาท่าทางอันเป็นเอกลักษณ์ที่สุดของสายพันธุ์นี้ ยิ่งตอนเป็นลูกหมาตัวกลมย่น ๆ นิ่ม ๆ น่ารักน่าฟัด ทำให้อิงลิช บูลด็อกเป็นสุนัขยอดนิยมอย่างไม่ยากเย็น

ปัจจุบันสุนัขถูกปรับปรุงสายพันธุ์ให้เหมาะกับเลี้ยงในบ้าน ทั้งขนาดตัวเล็กลงและความดุร้ายก็ลดลงมากจนกลายเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เป็นมิตรกับมนุษย์มากที่สุด แต่!!! กับสัตว์อื่น ๆ เช่น สุนัข กลับกลายเป็นว่าอิงลิช บูลด็อกเข้ากันกับเพื่อนหมาไม่ค่อยได้ หากคิดจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ เจ้าของอาจต้องคำนึงถึงสัตว์เลี้ยงตัวอื่นในบ้านด้วย

อิงลิช บูลด็อก ไม่ชอบอากาศร้อน ไม่ชอบกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก ไม่ต้องการออกกำลังกายแบบหนักหน่วง ไม่เล่นแบบบ้าพลัง ดังนั้น สุนัขไม่ต้องการพื้นที่เยอะในการเลี้ยงแต่ยังต้องการเวลาในการเดินเล่นและความสนใจจากเจ้าของไม่ต่างจากสายพันธุ์อื่น ๆ ใครอยู่บ้านหลังเล็กหรือคอนโดแล้วอยากเลี้ยงหมาขนาดกลาง ๆ อิงลิช บูลด็อกเป็นสายพันธุ์หนึ่งที่น่าเลี้ยง

แม้ว่าสุนัขจะมีนิสัยค่อนข้างเรียบร้อย ไม่ก้าวร้าว แต่การฝึกสุนัขก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกเขาควรรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ การปล่อยให้สุนัขที่แข็งแรงขนาดนี้ทำทุกอย่างตามใจไร้การควบคุม ย่อมส่งผลเสียในอนาคต เช่น เราจะไม่สามารถควบคุมสุนัขได้เลยหากต้องพาออกไปที่สาธารณะและสุนัขของเราอาจไม่ได้เป็นมิตรกับสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลก

อิงลิช บูลด็อกไม่ใช่สุนัขที่ฉลาดที่สุด ออกจะดูมึน ๆ ด้วยซ้ำ ทำให้การฝึกสุนัขต้องใช้ความอดทนและจิตวิทยามากพอสมควร ใครคิดจะเลี้ยงอาจต้องศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมของสุนัข เพื่อหาวิธีอยู่ร่วมกันอย่างมีกฎเกณฑ์

อ่านเรื่อง พัฒนาการลูกสุนัข เริ่มดูแลพวกเขาอย่างเข้าใจตั้งแต่เป็นลูกหมา 

อิงลิช บูลด็อก ราคาค่อนข้างสูง นอกจากนั้นการเลี้ยงอิงลิช บูลด็อกยังมาพร้อมค่าใช้จ่ายมากมายอาจจะมากกว่าสุนัขพันธุ์อื่นด้วยซ้ำ เพราะต้องการอาหารคุณภาพดีและการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ เจ้าของสุนัขอาจต้องพิจารณาจุดนี้เพิ่มขึ้นว่าเราสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดไหวหรือไม่

ความเป็นมา

อิงลิช บูลด็อก มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 15 สายพันธุ์ดั้งเดิมนิยมเลี้ยงในประเทศอังกฤษ สุนัขถูกพัฒนาสายพันธุ์มาจากสุนัขมาสทิฟฟ์ (Mastiff) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ในการล่าวัวป่าเป็นที่มาของชื่อ Bulldog (Bull = วัวตัวผู้) ซึ่งช่วงแรกของการพัฒนาสายพันธุ์อิงลิช บูลด็อก ตัวใหญ่และสูงกว่าในปัจจุบัน

รูปร่างหน้าตาของอิงลิช บูลด็อก ถูกพัฒนามาเพื่อใช้ต่อสู้กับสัตว์ตัวใหญ่โดยมีเป้าหมายโจมตีบริเวณหน้าและคอโดยเฉพาะ ด้วยร่างกายบึกบึนแข็งแรงเหมือนรถถัง หัวกลมใหญ่ ตาและหูมีขนาดเล็ก ส่วนที่สำคัญคือกรามขนาดใหญ่แข็งแรง กรามล่างยื่น จมูกเชิด ทำให้เวลางับที่คอของคู่ต่อสู้ อิงลิช บูลด็อก สามารถงับติดอยู่แบบนั้นได้เป็นเวลานานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหายใจ สุนัขวิ่งได้ไม่เร็วนักแต่ในเรื่องการต่อสู้ไม่เป็นรอง ถ้าหากถูกงับแล้วยากที่จะหนีอิงลิช บูลด็อกได้

นอกจากใช้สุนัขเพื่อการล่าวัวแล้ว การเลี้ยงอิงลิช บูลด็อกในประเทศอังกฤษยังนิยมเลี้ยงเพื่อความบันเทิงในการต่อสู้กับวัว หมี สิงโตหรือแม้กระทั่งช้าง จนในที่สุดการเลี้ยงสุนัขไว้ต่อสู้ได้ยุติลงในปี ค.ศ.1835 ช่วงนั้นอิงลิช บูลด็อกไม่ได้รับความนิยมเลี้ยงมากนักเนื่องจากขึ้นชื่อเรื่องความก้าวร้าว 

ปี ค.ศ.1864 เป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดมาตรฐานและพัฒนาสายพันธุ์อิงลิช บูลด็อกอย่างจริงจังโดยกลุ่มผู้เลี้ยงในประเทศอังกฤษ เป็นเวลาหลายร้อยปีนับตั้งแต่เริ่มมีการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้จนได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ให้เหมาะกับการเลี้ยงในบ้านมากขึ้น ดุน้อยลง ขนาดตัวเล็กลงกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมที่ใช้สำหรับต่อสู้กับสัตว์ใหญ่ อิงลิช บูลด็อกจึงได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านอย่างเต็มตัว

อิงลิช บูลด็อกในปัจจุบันแตกต่างจากสายพันธุ์ดั้งเดิมเมื่อหลายร้อยปีก่อนอย่างมาก ลองจินตนาการถึงสุนัขที่ถูกเพาะพันธ์ุเพื่อเป็นนักล่าวัว แน่นอนว่าต้องตัวโต แข็งแรง ว่องไว ดุร้ายและเต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักล่า นั่นคืออิงลิช บูลด็อกสายพันธุ์ดั้งเดิมในอดีต แต่ตอนนี้พวกเขากลายเป็นหมาย่นตัวใหญ่ที่มีความเป็นมิตรมากที่สุดพันธุ์หนึ่ง

ลักษณะเด่นของสายพันธุ์

อิงลิช บูลด็อก หมาตัวย่น
" สุนัขหน้าย่น คางยื่น ขนสั้นเกรียนและรูปร่างล่ำบึกบึน"

ส่วนหัว

อิงลิช บูลด็อกมีหัวกลม ใหญ่ กรามหนา มีจุดเด่นคือ หน้าย่น กรามล่างยื่นยาวกว่ากรามบน ฟันบนและล่างไม่สบกัน จมูกเชิด ดวงตากลมและใบหูพับคล้ายดอกกุหลาบขนาดเล็ก

ลำตัว

ลำตัวของอิงลิช บูลด็อก ค่อนข้างหนา ล่ำ อกมีขนาดใหญ่และลึก กล้ามเนื้อมัดใหญ่แข็งแรง ขนสั้นเกรียน ผิวหนังหนา ให้ความรู้สึกหลวม ๆ ย่น ๆ หนานุ่มเวลาจับ

ส่วนท้ายลำตัว

อิงลิช บูลด็อกมีจุดเด่นที่ส่วนท้ายของลำตัว ถ้าหากมองจากด้านข้างจะเห็นว่าสุนัขมีแผ่นหลังที่ดูแอ่นลาดลงและยกสูงขึ้นที่ส่วนสะโพกทำให้ขาหลังของสุนัขยาวกว่าขาหน้า เท้าใหญ่และแข็งแรง ส่วนหางหนาอาจพบทั้งหางตรงหรือหางม้วนขดก็ได้

ลักษณะนิสัย

การปรับตัว

เหมาะสำหรับการเลี้ยงในอพาร์ทเม้นท์

5/5

เหมาะสำหรับเจ้าของมือใหม่

4/5

อยู่ตัวเดียวได้นาน

3/5

ทนต่ออากาศร้อน

1/5

ความเป็นมิตร

เหมาะสำหรับการเลี้ยงในครอบครัว

5/5

เป็นมิตรกับเด็ก

4/5

เป็นมิตรกับสุนัขตัวอื่น

2/5

เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า

5/5

สุขภาพและการดูแล

ขนร่วงไปทั่ว

3/5

น้ำลายไหลเยอะ

5/5

มีกลิ่นตัวง่าย

4/5

ความง่ายในการทำความสะอาด

5/5

อ้วนง่าย

5/5

อื่น ๆ

ฝึกฝนได้ง่าย

3/5

ความฉลาด

2/5

เห่าเสียงดัง

4/5

ระดับพลังงาน

2/5

ต้องพาไปออกกำลังกายบ่อย

3/5

ชอบเล่น

4/5

ความต้องการพื้นฐาน

อิงลิช บูลด็อกต้องการสารอาหารไม่แตกต่างจากสุนัขสายพันธุ์อื่น ๆ แต่อาหารที่สุนัขทานควรเป็นอาหารคุณภาพสูง สูตรอาหารเหมาะสมกับสุนัขในแต่ละช่วงวัย เจ้าของควรควบคุมปริมาณอาหารให้พอเหมาะ ไม่น้อยหรือมากจนเกินไป เพราะอิงลิช บูลด็อกอ้วนง่ายมาก 

อาหารคนหรือขนมสำหรับสุนัข สามารถให้อิงลิช บูลด็อกทานได้ แต่ควรจำกัดปริมาณหรือให้เป็นรางวัลตามโอกาสที่เหมาะสมเท่านั้น เพราะการควบคุมน้ำหนักสำหรับสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นสิ่งจำเป็น นอกจากจะกินเก่ง อิงลิช บูลด็อกยังไม่ชอบออกกำลังกายหนัก ๆ นั่นทำให้สุนัขมีปัญหาเรื่องความอ้วนได้ง่ายกว่าสุนัขพันธุ์อื่น

อาหารคนไม่ได้ปลอดภัยสำหรับสุนัขทุกอย่าง อย่าลืมเช็คให้แน่ใจก่อนว่าอาหารที่เราให้สุนัขทานนั้นปลอดภัยจริง ๆ 

ที่แน่ ๆ สุนัขทานช็อกโกแลตไม่ได้นะ อ่านบทความ สุนัขกินช็อกโกแลต!!! 

อิงลิช บูลด็อกขนสั้นเกรียน การดูแลความสะอาดทำได้ไม่ยากนัก อาบน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว สำหรับขนสั้น ๆ นั้น เราควรแปรงขนให้สุนัขสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพราะสุนัขขนร่วงได้ง่าย การช่วยแปรงขนให้สุนัขบ่อย ๆ นอกจากจะช่วยเก็บเศษขนที่หลุดร่วงออกไปจากตัวยังช่วยลดภาระการทำความสะอาดบ้านของเจ้าของอีกด้วย

แนะนำแปรงที่ทำจากยางมากกว่าหวีซี่ เพราะสุนัขขนสั้นอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องหวีแบบสางขนเหมือนสุนัขขนยาว นอกจากนั้นแปรงยางยังมีข้อดีคือ ขนแปรงไม่คมและขณะแปรงขนยังเป็นการนวดให้สุนัขผ่อนคลายอีกด้วย

อิงลิช บูลด็อกมีรอยพับย่นโดยเฉพาะบริเวณหน้าและโคนหาง หนังที่ม้วนพับนี่ล่ะเป็นจุดที่เราต้องดูแลเช็ดทำความสะอาดเป็นพิเศษ เพราะผิวหนังอับชื้นง่าย หากไม่ทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน สุนัขอาจกลายเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากความอับชื้น (Moist Dermatitis) 

อย่าลืมตัดเล็บสุนัขทุก 2 สัปดาห์ด้วยนะ

อิงลิช บูลด็อกไม่ได้ชอบกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้งมากนัก การเดินเล่นในสนามหรือสวนก็เพียงพอสำหรับสุนัข แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าสุนัขจะไม่ชอบเล่นเลย พวกเขายังต้องการเล่นแบบเบา ๆ เช่น เล่นของเล่นกับเจ้าของ วิ่งเล่นแบบเหยาะ ๆ หรือว่ายน้ำตื้น ๆ ก็เป็นกิจกรรมที่อิงลิช บูลด็อกชอบเช่นกัน

สิ่งที่ควรระวังเมื่อเลี้ยงอิงลิช บูลด็อกคืออากาศร้อน!!! เพราะสุนัขหน้าสั้นมักมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ อากาศที่ร้อนและกิจกรรมที่หนักหน่วง สุนัขอาจเกิดอาการหอบหายใจไม่ทันขึ้นมาได้ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว

ความอ้วน เป็นปัญหาสุขภาพหลักของอิงลิช บูลด็อก เพราะอ้วนง่ายและยังไม่ชอบออกกำลังกายอีกด้วย สิ่งที่เจ้าของทำได้คือ เลือกใช้อาหารสุนัขคุณภาพดี จำกัดปริมาณอาหารให้พอเหมาะ เลือกอาหารให้เหมาะกับสุนัขแต่ละช่วงวัย และที่สำคัญที่สุด อย่าตามใจสุนัขเมื่อพวกเขาร้องขออาหารคนหรือขนม

กลุ่มอาการหายใจลำบากของสุนัขหน้าสั้น (Brachycephalic Obstructive Airway Syndrome) อิงลิช บูลด็อกเป็นหนึ่งในสุนัขหน้าสั้น ซึ่งมีโอกาสประสบปัญหาระบบทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น รูจมูกตีบแคบ เพดานอ่อนยาวกว่าปกติ หลอดลมตีบหรือกล่องเสียงที่ผิดปกติ 

สังเกตง่าย ๆ ที่บ้านหากคุณเลี้ยงสุนัขหน้าสั้น ดังนี้ เหนื่อยง่าย หายใจหอบเสียงดัง นอนกรน นอกจากนั้นความอ้วน ทำให้สุนัขหน้าสั้นที่มีอาการหายใจลำบากอยู่แล้วอาการแย่ลงได้ ควรปรึกษาสัตวแพทย์นะ

อาการหายใจลำบากคือ 1 ในอาการฉุกเฉินที่ไม่ควรละเลย อ่านบทความ 10 อาการฉุกเฉินในสุนัข

วางแผนก่อนมีลูก สุนัขอิงลิช บูลด็อกมักมีปัญหากับการคลอดลูกเสมอ สัตวแพทย์แนะนำให้วางแผนก่อนผสมพันธุ์และผ่าตัดคลอดลูก เนื่องจากลูกหมามีหัวกลมโตที่อาจมีขนาดใหญ่กว่าเชิงกรานของแม่หรือแม่สุนัขหน้าสั้นเสี่ยงต่อการหายใจไม่ทันเมื่อต้องเบ่งคลอดตามธรรมชาติ

สุขภาพช่องปากและฟัน เป็นปัญหาอย่างหนึ่งของสุนัขอิงลิช บูลด็อก เนื่องจากฟันบนกับฟันล่างที่ไม่สบกัน ทำให้การขัดถูกันของฟันขณะเคี้ยวลดลงมากส่งผลให้เกิดคราบแบคทีเรียและหินปูนได้ง่าย ตามมาด้วยปัญหากลิ่นปากและเหงือกอักเสบ

โรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) โรคยอดฮิตที่ผู้เลี้ยงอิงลิช บูลด็อกต้องพบเจออย่างแน่นอน เนื่องจากผิวหนังไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบ ๆ ตัว เช่น เห็บหมัด ตัวไร หญ้าหรือแม้แต่อาหารที่กินก็อาจทำให้สุนัขเกิดอาการแพ้ได้ อาการสำคัญของโรคภูมิแพ้ผิวหนังคือ คัน ผื่น ผิวแห้งลอกและผิวหนังแดงอักเสบ ซึ่งต้องทำใจไว้ก่อนว่าอาการจะเป็น ๆ หาย ๆ อาจต้องรักษากันนาน ใครอยากเลี้ยงพันธุ์นี้อย่าลืมเตรียมเงินไว้รักษาโรคผิวหนังด้วยนะ

ราคาเริ่มต้น

35,000 บาท

สุนัขพันธุ์นี้เหมาะสมกับใคร

อิงลิช บูลด็อกเหมาะที่จะเลี้ยงในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านขนาดใหญ่มีพื้นที่กว้างหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดก็ได้ทั้งนั้น แต่อย่าลืมว่าอิงลิช บูลด็อกมีบางสิ่งที่ต้องการความเข้าใจจากเจ้าของ เช่น ขนร่วง นอนกรน กินเก่งแต่ก็อ้วนง่าย น้ำลายไหลและมีกลิ่นตัว คนรักอิงลิช บูลด็อกต้องทำใจยอมรับในจุดนี้ด้วย 

เลือกกิจกรรมออกกำลังกายที่เหมาะกับเขา เนื่องจากนิสัยของสุนัขไม่ได้ชอบกิจกรรมใช้แรงมากนักออกจะขี้เกียจด้วยซ้ำ แต่ในขณะเดียวกันก็อ้วนง่ายมากถ้ากิน ๆ นอน ๆ การเล่นดูจะเป็นทางเลือกที่ดีในการออกกำลังกายและควรพาสุนัขเดินเล่นทุกวันอย่างน้อย 1-2 ครั้งด้วยนะ 

สุนัขเป็นมิตรกับมนุษย์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ไม่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงหรือสุนัขตัวอื่น อาจเป็นเพราะยังหลงเหลือนิสัยนักสู้จากสายพันธุ์ดั้งเดิม หากใครคิดจะเลี้ยงอิงลิช บูลด็อกร่วมกับสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ที่บ้าน ควรคิดให้ดีอาจเกิดปัญหาตามมาได้

สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลสุนัข ขอเตือนไว้ก่อนว่าเลี้ยงอิงลิช บูลด็อกต้องเปย์หนักแน่ ๆ ตั้งแต่อาหารคุณภาพดีที่สุนัขกิน ค่ารักษาโรคผิวหนัง ค่าตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะสุนัขที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจอาจต้องได้รับการรักษาและผ่าคลอดหากเจ้าหมาของเรามีลูก ทั้งหมดนี่ไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลย

อ้างอิง

  1. The Complete Dog Breed Book: Choose the Perfect Dog For You. (2012). DK.
  2. Gough, A., Thomas, A., & O’Neill, D. (2018). Breed Predispositions to Disease in Dogs and Cats (3rd ed.). Wiley-Blackwell.
  3. Lucas, S. (2000). Encyclopedia of the Dog: The Definitive Visual Guide (Updated Ed). Penguin Group USA.
  4. https://dogtime.com/dog-breeds/profiles
  5. https://baggybulldogs.com/tag/bull-baiting/
  6. https://www.akc.org/dog-breeds/bulldog/
  7. https://www.vetfolio.com/learn/article/brachycephalic-airway-syndrome-pathophysiology-and-diagnosis

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend