สุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ล

Beagle

สุนัขยอดนักดม เห่าดังแปดบ้าน พลังงานล้นเหลือ

บีเกิ้ลสุนัขฉลาดน่ารักแสนรู้จากประเทศอังกฤษ บีเกิ้ลไม่ได้มีดีแค่ที่หน้าตาอันแสนน่ารักอย่างเดียว สุนัขพันธุ์นี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสายพันธุ์นักล่าที่ดมกลิ่นเก่งฉกาจที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง มักถูกนำไปใช้ในการดมกลิ่นหายาเสพติด หาสิ่งของผิดกฎหมายอยู่บ่อย ๆ เพราะสายพันธุ์นี้มีความฉลาดเรียนรู้ไว สามารถถูกฝึกฝนได้ง่าย ใครที่ตกหลุมรักสุนัขสายพันธุ์นี้หรือกำลังลังเลว่าบีเกิ้ลจะเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเราหรือเปล่า ลองมาทำความรู้จักบีเกิ้ลกันให้มากขึ้นได้จากบทความนี้เลย

ขนาดเล็ก
ส่วนสูงเมื่อโตเต็มวัย 33 - 40 เซนติเมตร
น้ำหนัก 9 - 11 กิโลกรัม
อายุขัย 13 ปี
หมวดหมู่ของสุนัขแบ่งกลุ่มตาม AKC: Hound Group
สีขน: ขาว ดำ และน้ำตาล
"ใบหน้ามักมีสีขาวและสีน้ำตาล ใบหูตก มีขนาดใหญ่ ดวงตาเป็นมิตร ปลายหางสีขาว"
สุนัขพันธุ์บีเกิ้ลกำลังเดิน

ส่วนหัว

หน้ากลมส่วนใหญ่มักมีสีขาวและมีแต้มสีน้ำตาลลักษณะเหมือนหน้ากากอยู่บนใบหน้า ใบหูขนาดใหญ่ หูปรก ปลายหูมีลักษณะกลมมน

ลำตัว

สามารถมองเห็นกล้ามเนื้อได้ชัดเจน ขนสั้น มักมีสีขนทั้งหมด 3 สี คือ สีขาว สีดำ สีน้ำตาล บริเวณแผ่นหลังมักมีสีดำ

ส่วนท้ายลำตัว

หางชี้ขึ้น บริเวณปลายหางมีสีขาว

ลักษณะนิสัย

การปรับตัว

เหมาะสำหรับการเลี้ยงในอพาร์ทเม้นท์

2/5

เหมาะสำหรับเจ้าของมือใหม่

3/5

อยู่ตัวเดียวได้นาน

1/5

ทนต่ออากาศร้อน

4/5

ความเป็นมิตร

เหมาะสำหรับการเลี้ยงในครอบครัว

5/5

เป็นมิตรกับเด็ก

5/5

เป็นมิตรกับสุนัขตัวอื่น

5/5

เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า

5/5

การดูแล

ขนร่วงไปทั่ว

3/5

น้ำลายไหลเยอะ

1.5/5

มีกลิ่นตัวง่าย

3/5

ความง่ายในการทำความสะอาด

4/5

อ้วนง่าย

5/5

อื่น ๆ

ฝึกฝนได้ง่าย

3/5

ความฉลาด

4/5

เห่าเสียงดัง

5/5

ระดับพลังงาน

4/5

ต้องพาไปออกกำลังกายบ่อย

4/5

ชอบเล่น

5/5

ไฮไลท์ของสายพันธุ์บีเกิ้ล

  • บีเกิ้ลขี้เบื่อง่ายหากถูกทิ้งให้อยู่ในบ้านตัวเดียวเป็นเวลานาน แต่หากคุณทิ้งบีเกิ้ลเอาไว้ที่สวนหลังบ้านล่ะก็ บีเกิ้ลก็จะเอ็นเตอร์เทนตัวเองด้วยการเห่าหอน ขุดดินและพยายามหนี
  • บีเกิ้ลเป็นสุนัขยอดนักเห่า หากมั่นใจว่ายอมรับการเห่าหอนเสียงดังจำนวนบ่อยครั้งได้แล้วและมั่นใจว่าเสียงเห่าของน้องจะไม่ทำให้เกิดปัญหากับข้างบ้าน การมีบีเกิ้ลในชีวิตจะสร้างสีสันให้คุณได้อย่างแน่นอน
  • นอกจากเห่าเก่งแล้วบีเกิ้ลยังดมเก่งไม่แพ้กัน โปรดระมัดระวัง! หากปล่อยให้บีเกิ้ลออกไปเล่นนอกบ้าน บีเกิ้ลนั้นเวลาได้กลิ่นที่เขาสนใจ น้องอาจตามกลิ่นนั้นไป ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง อาจเกิดอันตรายหรือพลัดหลงได้
  • ถึงแม้ภายนอกของบีเกิ้ลส่วนใหญ่จะดูน่ารักและสุภาพ แต่บีเกิ้ลบางตัวกลับมีความเป็นตัวของตัวเองสูงและมีความดื้อ การฝึนฝนบีเกิ้ลให้อยู่ในระเบียบวินัยตั้งแต่เด็ก ๆ จึงมีความสำคัญอย่างมาก ความโชคดีในเรื่องนี้ก็คือบีเกิ้ลจะยอมถูกฝึกได้ง่ายเพราะอดทนต่อสิ่งล่อใจอย่างขนมรางวัลไม่ไหว
  • ความสามารถในการดมของน้องยังไม่หมดเท่านี้ การซ่อนอาหารที่ไม่มิดชิดมากพอ บีเกิ้ลจะดมและรื้อค้นอาหารออกมาได้อย่างแน่นอน และบีเกิ้ลก็เป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ค่อนข้างอ้วนได้ง่าย
  • บีเกิ้ลมีความเป็นมิตรต่อผู้คน หากใครต้องการเลี้ยงน้องเพื่อให้เฝ้าบ้าน ให้ลืมสายพันธุ์นี้ไปได้เลย

รู้หรือไม่ ตัวการ์ตูน Snoopy ถูกสร้างโดย Charles M. Schulz คือสุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ล!!

ความเป็นมาของบีเกิ้ล

ต้นกำเนิดดั้งเดิมของบีเกิ้ลไม่แน่ชัด บ้างก็ว่าพบบีเกิ้ลครั้งแรกในประเทศกรีซ บ้างก็ว่าชาวโรมันเป็นผู้นำสุนัขที่พวกเขาเลี้ยงเอาไว้เพื่อล่ากระต่าย นำมาผสมพันธุ์กับสุนัขนักล่าประจำถิ่นของชาวอังกฤษจนเกิดเป็นบรรพบุรุษสายพันธุ์บีเกิ้ล

มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมายว่าสุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ลเริ่มได้รับความนิยมในประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1307 ในสมัยของพระราชา Edward II เป็นต้นมา สมัยนั้นบีเกิ้ลมีขนาดเล็กมาก พวกมันถูกเรียกว่า “Gloved Beagles” บางคนก็เรียกว่า บีเกิ้ลสุนัขยอดนักร้อง (Singing Beagles)

ในยุคของพระราชินี Elizabeth I (ค.ศ.1533-1603) บีเกิ้ลซึ่งในขณะนั้นยังไม่ถูกปรับปรุงสายพันธุ์มีความสูงเพียง 9 นิ้ว แต่ความป๊อปปูล่าร์นั้นกับตรงกับข้าม เนื่องจากความสามารถในการดมกลิ่น ทำให้บีเกิ้ลได้รับความนิยมอย่างสูงในกีฬาล่าสัตว์ของเหล่าชนชั้นสูง แต่ข้อจำกัดของบีเกิ้ลในยุคนี้คือบีเกิ้ลเดินค่อนข้างช้า

บีเกิ้ลถูกพัฒนาสายพันธุ์มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งในปี ค.ศ.1800 Reverend Phillip Honeywood พัฒนาสายพันธุ์บีเกิ้ลที่คาดว่าน่าจะเป็นบรรพบุรุษของสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลในปัจจุบัน โดยเขาพยายามที่จะพัฒนาบีเกิ้ลให้มีความสามารถในการล่า โดยในสมัยนั้นบีเกิ้ลมีขนาดตัวประมาณ 15-17 นิ้ว และถูกใช้สำหรับการล่าสุนัขจิ้งจอก

ในขณะเดียวกันที่ประเทศสหรัฐอเมริกา บีเกิ้ลถูกนำเข้ามาจากประเทศอังกฤษและได้มีการพยายามพัฒนาสายพันธุ์บีเกิ้ลให้ดูมีความน่ารักมากยิ่งขึ้น และทำให้มีขนาดตัวเล็กลงเพื่อให้เหมาะสมกับการล่ากระต่าย

และในปี ค.ศ.1884 สายพันธุ์บีเกิ้ลได้รับการรับรองจาก The American Kennel Club อย่างเป็นทางการ และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ดูเหมือนว่าบีเกิ้ลจะได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะในวงการงานวิจัยต่าง ๆ และวงการสุนัขดมกลิ่นเพื่อตรวจหาสิ่งผิดกฎหมายตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ

บีเกิ้ลมักถูกเลือกเป็นสุนัขทดลองในงานวิจัย
สุนัขบีเกิ้ลมักถูกเลือกเป็นสุนัขทดลองในงานวิจัยเพราะขนาดเล็กและว่านอนสอนง่าย

สายพันธุ์สุนัขที่คล้ายคลึงกับสุนัขบีเกิ้ล

สายพันธุ์สุนัขที่มีความคล้ายคลึงกับสุนัขพันธุ์บีเกิ้ล ซึ่งสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลคาดว่าอาจถูกผสมมาจากสุนัขในกลุ่ม English scent hound เช่น Harrier และ English Foxhound

บีเกิ้ล นิสัยเป็นอย่างไร

บีเกิ้ลนอกจากจะเป็นสุนัขยอดนักดมแล้วยังเป็นที่รู้กันอีกด้วยว่าบีเกิ้ลเป็นสุนัขยอดนักร้อง ชอบเห่าและเห่าเสียงดังมากอีกด้วย นี่คือจุดเด่นของเขาเลยล่ะ

บีเกิ้ลเป็นสายพันธุ์ที่มีความแอคทีฟสูง ชอบทำกิจกรรมกับมนุษย์ หน้าตาน่ารัก สุภาพ มีความดื้ออยู่ในตัว แต่หากบีเกิ้ลได้รับการฝึกฝนตั้งแต่เด็ก ๆ และได้ฝึกการเข้าสังคมอย่างถูกต้อง บีเกิ้ลจะก็สามารถกลายเป็นสุนัขที่มีวินัยและทำตามคำสั่งของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี บีเกิ้ลนั้นขึ้นชื่อเรื่องการเรียนรู้ เป็นสายพันธุ์ที่ฉลาด เรียนรู้ได้ไว เนื่องจากน้องชอบกินมาก และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้กินของที่ชอบ ยอมทำทุกอย่างเพื่อขนมรางวัล

สุนัขบีเกิ้ลนิสัยชอบดม
บีเกิ้ลสุนัขยอดนักดม

อย่าแปลกใจหากพบว่าบีเกิ้ลชอบก้มหน้าก้มตาทำจมูกฟุตฟิตไปกับพื้นดิน เรียกได้ว่าการดมกลิ่นคือพรสวรรค์ของสุนัขพันธุ์นี้เลยแหละ บีเกิ้ลมีเซลล์ประสาทที่ใช้รับกลิ่นมากกว่า 220 ล้านเซลล์ ในขณะที่มนุษย์มีอยู่เพียง 5 ล้านเซลล์เท่านั้น หากพาบีเกิ้ลออกไปเดินเล่นนอกบ้านจึงไม่ควรปล่อยจากสายจูงอย่างเด็ดขาด เพราะน้องอาจจะดมกลิ่นเพลินจนเดินหลงไปที่อื่นได้

ความต้องการพื้นฐานของบีเกิ้ล

หลายคนคงมีความสงสัยว่าบีเกิ้ลเลี้ยงยากไหม ซึ่งในส่วนนี้หากเราทำความเข้าใจลักษณะนิสัย ความต้องการการดูแลในด้านต่าง ๆ การเลี้ยงบีเกิ้ลก็ไม่ยากจนเกินไปแน่นอน ถึงเป็นมือใหม่ก็สามารถเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ได้

สารอาหาร

บีเกิ้ลขึ้นชื่อในเรื่องของความแอคทีฟ ชอบทำกิจกรรม เพราะฉะนั้นสารอาหารที่บีเกิ้ลควรได้รับในแต่ละวันต้องเหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีของน้อง ปริมาณสารอาหารที่แนะนำในแต่ละวันมีดังนี้

โปรตีน 30-40%

ไขมันดี 15-20%

คาร์โบไฮเดรต 30-50%

อย่างไรก็ตาม หากผู้เลี้ยงต้องการออกแบบอาหารในบีเกิ้ลเอง ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเสมอ หากผู้เลี้ยงเป็นมือใหม่ แนะนำให้ใช้อาหารสำเร็จรูปตามท้องตลาด มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือก ซึ่งแบรนด์ที่ได้มาตรฐานจะมีตารางปริมาณอาหารที่ควรให้บีเกิ้ลแนะนำอยู่บนผลิตภัณฑ์เสมอ

สิ่งที่ควรสังเกตเมื่อเลือกซื้ออาหารให้บีเกิ้ล

มีเนื้อแท้เป็นส่วนผสม (Real meat) หรือเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ (Meat by products) แหล่งโปรตีนที่สำคัญในอาหาร แน่นอนว่าก็ต้องมาจากสัตว์เป็นส่วนใหญ่ (ไก่ แกะ ปลา เนื้อ เป็นต้น) แต่หากพบคำว่า Meat by products อยู่ในส่วนประกอบของอาหารบีเกิ้ล นั่นหมายความว่า แหล่งโปรตีนของอาหารชนิดนี้มาจากส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เนื้อ เช่น ตับ สมอง หัวใจ ไต และเครื่องในต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ล้วน ๆ กับ Meat by products ราคาย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็น Real meat หรือ Meat by products ต่างก็เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของบีเกิ้ลได้เช่นเดียวกัน

สุนัขพันธุ์บีเกิ้ลกำลังทานอาหาร
เลือกอาหารที่เหมาะสมเพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ของบีเกิ้ล

สัดส่วนสารอาหารเหมาะสมหรือไม่ บีเกิ้ลควรได้รับโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันดี และวิตามินต่าง ๆ หากบีเกิ้ลของคุณสุขภาพดีอยู่แล้ว แนะนำให้เลือกอาหารตามช่วงอายุของสุนัขได้เลย เพราะอาหารตามช่วงอายุได้รับการปรับปรุงสัดส่วนสารอาหารให้เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีอาหารเฉพาะสายพันธุ์ออกมาให้เลือกซื้อ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแบรนด์พรีเมี่ยม ถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจของผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง

แล้วบีเกิ้ล ห้ามกินอะไร!? บีเกิ้ลเองก็เหมือนกับสุนัขสายพันธุ์อื่น ๆ สิ่งที่เป็นพิษกับสุนัขสายพันธุ์อื่นก็เป็นพิษแก่บีเกิ้ลเช่นเดียวกัน เช่น ช็อกโกแลต กระเทียม หัวหอม และกาแฟ เป็นต้น

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

สุนัขกินช็อกโกแลต: อันตรายจากช็อกโกแลต อาการและควรทำอย่างไรเมื่อสุนัขกินช็อกโกแลต

9 อาหารยอดฮิตที่คนชอบเอาให้หมากิน จะเป็นอันตรายหรือเปล่า

รักษาความสะอาด

บีเกิ้ลเป็นสุนัขที่มีขน 2 ชั้น สั้น หนาแน่นและมีคุณลักษณะกันน้ำ หากไม่ได้ออกนอกบ้านบ่อยอย่างน้อยควรทำความสะอาดด้วยการแปรงขนให้บีเกิ้ลเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ชนิดของอุปกรณ์แปรงขนที่แนะนำได้แก่ Medium-bristle brush หรือ Hound glove จะช่วยกำจัดเส้นขนที่ตายแล้วและกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นขนได้ดี

บีเกิ้ลผลัดขนบ้าง เจ้าของไม่ค่อยบ่นเรื่องการผลัดขนของบีเกิ้ลเท่าไหร่นัก คือสามารถพบได้ตามเฟอร์นิเจอร์บ้างเป็นครั้งคราว บีเกิ้ลเป็นสุนัขที่ค่อนข้างสะอาดเลยทีเดียว จึงไม่จำเป็นต้องอาบน้ำให้บีเกิ้ลบ่อยนักหากน้องไม่ได้ไปคลุกดินคลุกฝุ่นมา

สิ่งที่น่าเป็นกังวลที่สุดในเรื่องความสะอาดของบีเกิ้ลก็คือใบหู เนื่องจากลักษณะตามธรรมชาติของบีเกิ้ลที่หูปรก ทำให้เกิดความอับชื้นได้ง่าย อย่างน้อยควรทำความสะอาดหูของบีเกิ้ลสัปดาห์ละครั้ง วิธีสังเกตว่าบีเกิ้ลคันหู สามารถดูได้ง่าย ๆ เลยก็คือ บีเกิ้ลสะบัดหัว น้องไม่ได้อยากร้องเพลงร็อค แต่อาจจะคันหูอยู่ก็เป็นได้

ทำความสะอาดหูของสุนัขบีเกิ้ลเป็นประจำ
ควรทำความสะอาดหูของบีเกิ้ลอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหูของสุนัข

แปรงฟันให้บีเกิ้ลบ่อยแค่ไหนดี? เพื่อสุขภาพปากและฟันที่ดีของบีเกิ้ลควรแปรงฟันให้น้องอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

แล้วการตัดเล็บให้บีเกิ้ลล่ะ แนะนำว่าควรตัดเล็บให้บีเกิ้ลอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน วิธีสังเกตง่าย ๆ ว่าเล็บของน้องยาวเกินไปแล้วให้ใช้ “การฟัง” หากได้ยินเสียงเล็บครูดไปตามพื้นเวลาบีเกิ้ลเดินไปเดินมา อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าเล็บน้องยาวเกินไปแล้วนั่นเอง หากน้องมีเล็บดำ ตัดลำบาก แนะนำว่าควรพาไปให้ผู้เชี่ยวชาญตัดจะดีกว่า เพราะการห้ามเลือดที่บริเวณนิ้วเท้านั้นไม่สนุกเอาซะเลย

ออกกำลังกาย

บีเกิ้ลวัยเด็กควรได้รับการฝึกฝนการเข้าสังคมเพื่อเรียนรู้การปฏิสัมพันธ์กับสุนัขตัวอื่น เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของบีเกิ้ลที่ชอบดมไปทั่วและชอบเล่น การเข้าสังคมจึงเป็นสกิลที่สำคัญมากสำหรับบีเกิ้ล โดยสุนัขบีเกิ้ลจะเริ่มเข้าสังคมที่อายุประมาณ 6-8 สัปดาห์

บทความแนะนำ พัฒนาการลูกสุนัขจนกระทั่งโตเต็มวัย

เมื่อเริ่มเติบโตเป็นวัยรุ่นบีเกิ้ลจะมีพลังงานล้นเหลือมาก การพาบีเกิ้ลออกไปเดินเล่นนอกบ้านเป็นประจำ เพื่อสุขภาพจิตที่ดีและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

เมื่อบีเกิ้ลโตเต็มที่ (ประมาณ 18 เดือน) บีเกิ้ลที่เคยร่าเริงอาจกลายเป็นบีเกิ้ลขี้เกียจได้ หากดูคลิปตามอินเตอร์เน็ตจะเห็นว่าบีเกิ้ลส่วนใหญ่นั้นน้ำหนักเกินมาตรฐาน วัน ๆ หาแต่ของกิน ซึ่งสายพันธุ์บีเกิ้ลนั้นอ้วนได้ง่ายอยู่แล้ว อย่าปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น พาน้องไปเดินเล่นให้เป็นประจำเหมือนตอนที่เราเพิ่งได้รับน้องมาเพื่อสุขภาพที่ดีของน้อง

ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย

Cherry Eye (โรคเชอร์รี่อาย) คือภาวะของต่อมของหนังตาที่สามยื่นโผล่ออกมาเป็นถุงสีแดง ๆ บริเวณหัวตา สร้างความรำคาญให้สุนัข โรคนี้สามารถผ่าตัดแก้ไขได้แต่อาจจะมีผลข้างเคียงคือภาวะตาแห้ง ควรปรึกษาสัตวแพทย์ถึงความพร้อมของสุนัขและผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหากเลือกที่จะผ่าตัดแก้ไขหรือไม่ผ่าตัดแก้ไข

สุนัขเป็นโรคเชอร์รี่อาย
ภาพตัวอย่างของสุนัขพันธุ์อื่นที่เป็นโรคเชอร์รี่อาย (Cherry Eye)

Hip Dysplasia (โรคข้อสะโพกเสื่อม) สามารถถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม เป็นภาวะที่กระดูกต้นขาไม่สามารถเข้าล็อกได้พอดีกันกับข้อสะโพก ทำให้ข้อสะโพกมีรูปร่างที่ผิดปกติ ส่งผลให้สุนัขเกิดความเจ็บปวดตามมา สุนัขบางตัวแสดงอาการเดินกะเผลก สามารถวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจร่างกายและเอ็กซเรย์ ส่วนใหญ่แล้วหากพบว่าบีเกิ้ลมีภาวะนี้ ไม่ควรนำมาทำเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์

Glaucoma (โรคต้อหิน) เป็นโรคที่สร้างความเจ็บปวดอย่างรุนแรงให้สุนัขบีเกิ้ล เกิดจากความดันภายในลูกตาสูงขึ้น หากปล่อยไว้อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เส้นประสาทที่มาเลี้ยงดวงตาและทำให้สุนัขสูญเสียการมองเห็นได้ สุนัขที่เป็นโรคนี้อาจพบว่าสุนัขตาแดง น้ำตาไหล หรี่ตา เมื่อนำไฟส่องไปที่ดวงตาพบว่าม่านตาไม่ตอบสนองต่อแสง ซึ่งถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน หากพบอาการเหล่านี้ควรพาไปหาสัตวแพทย์ด่วน

บทความแนะนำ 10 อาการฉุกเฉินในสุนัข หากสุนัขมีอาการเหล่านี้ต้องพาไปโรงพยาบาลสัตว์ด่วน!!

Epilepsy (โรคลมชัก) เป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง หากบีเกิ้ลมีภาวะนี้จะสังเกตเห็นอาการชัก เกร็งกระตุก หรือเหม่อ ควรพาไปหาสัตวแพทย์ทันทีหากพบอาการเหล่านี้

Hypothyroidism (ไทรอยด์ต่ำ) ภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้สุนัขมีภาวะอ้วน ขนร่วง อ่อนแรง ผิวหนังสีเข้มขึ้น เป็นต้น ภาวะนี้สามารถควบคุมได้ด้วยการทานยา

Patellar Luxation (ลูกสะบ้าเคลื่อน) เป็นโรคที่มักเกิดขึ้นกับสุนัขพันธุ์เล็กอยู่เป็นประจำ เมื่อลูกสะบ้าเคลื่อนไปอยู่ในตำแหน่งที่ผิดปกติจะส่งผลให้สุนัขเกิดความเจ็บปวด เดินกะเผลก ไม่ใช้ขาข้างที่เจ็บ หากปล่อยไว้นาน ๆ อาจทำให้เกิดภาวะข้อเสื่อมตามมาได้ ควรพาสุนัขไปตรวจกับสัตวแพทย์ หากโรคอยู่ในภาวะรุนแรงสุนัขอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษาภาวะนี้

1 Shares

ราคาเริ่มต้น

6,000 บาท

สุนัขพันธุ์นี้เหมาะสมกับใคร

สุนัขพันธุ์บีเกิ้ลไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน คนที่สามารถจะเป็นเจ้าของได้ต้องยอมรับและเข้าใจความเป็นบีเกิ้ลให้ได้ จุดเด่นของบีเกิ้ลที่เป็นสุนัขยอดนักร้อง เห่าเก่ง เห่าบ่อย เห่าเสียงดัง หากใครที่ชื่นชอบความเงียบสงบ บีเกิ้ลอาจไม่ตอบโจทย์ จริง ๆ แล้วการเห่าเสียงดังไม่ใช่ข้อเสียของบีเกิ้ล เพราะบีเกิ้ลในสมัยก่อนจะถูกพาไปล่าสัตว์เป็นเพื่อน การเห่าเสียงดังเพื่อเตือนเจ้าของจึงเป็นลักษณะที่พึงมีของสุนัขยอดนักล่าด้วยซ้ำ หากคุณทำความเข้าใจและยอมรับในจุดนี้ได้ สิ่งที่ตามมาก็ไม่เป็นปัญหาแล้วแหละค่ะ

ไม่แนะนำให้เลี้ยงบีเกิ้ลในคอนโดหรืออพาร์ทเม้นต์ ถึงแม้ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์เล็กและดูแลไม่ยาก แต่เรื่องเสียงก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องระลึกเอาไว้ เราอาจรับได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าข้างบ้านจะสามารถรับได้

คนที่เหมาะสมจะเลี้ยงบีเกิ้ลควรมีสถานที่กว้างขวางเพื่อพาบีเกิ้ลออกกำลังกายตามสมควร และการที่คุณมีไลฟ์สไตล์ชอบออกกำลังกาย หากฝึกฝนบีเกิ้ลดี ๆ บีเกิ้ลสามารถเป็นเพื่อนออกกำลังกายกับเราได้โดยไม่อิดออดเลยล่ะ

บีเกิ้ลสามารถเข้ากันได้กับเด็กและสัตว์ตัวอื่นในบ้านได้เป็นอย่างดี รวมทั้งคนแปลกหน้าด้วย! เพราะฉะนั้นหากอยากเลี้ยงบีเกิ้ลให้เฝ้าบ้านอาจจะไม่เหมาะสม

บีเกิ้ลนั้นไม่ชอบถูกทิ้งให้อยู่ตัวเดียว เจ้าของบีเกิ้ลควรมีเวลาให้บีเกิ้ล หากคุณเป็นคนที่ยุ่งกับงาน กว่าจะกลับถึงบ้านก็สามสี่ทุ่ม ขอให้พิจารณาดูให้ดี เพราะความเหงาอาจสร้างปัญหาทางจิตใจและทางร่างกายให้บีเกิ้ลได้

อ้างอิง

  1. https://dogtime.com/dog-breeds/beagle#/slide/1
  2. Dennis-Bryan, K., Baggaley, A., & John, K. (2013). The dog encyclopedia. DK Publishing. 
  3. https://beaglecare.com/beagle-feeding-guide/

แชร์โพสต์นี้

แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไรเกี่ยวกับสุนัขพันธุ์นี้

ไม่พลาดทุกเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

กด Subscribe เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร สาระดี ๆ และโปรโมชั่นสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจากเว็บไซต์กาโตโระทางอีเมลได้แล้ววันนี้!

สุนัขสายพันธุ์อื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า