เมื่อสุนัขมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการแบบไหนที่เรียกว่า “อาการฉุกเฉินในสุนัข” มีความเสี่ยงที่อาจทำให้เสียชีวิต ซึ่งถ้าหากเจ้าของสามารถสังเกตอาการได้อย่างรวดเร็วและรีบนำสุนัขไปรับการรักษาจากสัตวแพทย์ได้ทันเวลา ก็จะลดโอกาสสูญเสียสุนัขที่เรารักไปได้

1. เลือดไหลปริมาณมาก สุนัขเลือดไหลไม่หยุดนานกว่า 5 นาที

เหตุการณ์บางอย่าง เช่น อุบัติเหตุรถชน แผลจากการกัดกัน ถูกของมีคมบาด ทำให้เกิดเลือดไหลออกมาปริมาณมากและสุนัขเลือดไหลไม่หยุดนานกว่า 5 นาที1 แสดงว่ามีการฉีกขาดของเส้นเลือดขนาดใหญ่ ซึ่งเจ้าของไม่สามารถกดห้ามเลือดเพื่อให้เลือดหยุดไหลได้เอง

การเสียเลือดปริมาณมากอย่างรวดเร็ว ทำให้ความดันต่ำลงและเลือดไม่พอสำหรับส่งไปทุกอวัยวะในร่างกาย บางครั้งหลังการเกิดอุบัติเหตุที่มีการกระแทกรุนแรง ภายนอกร่างกายอาจไม่พบบาดแผล แต่อาจเกิดเลือดออกที่อวัยวะภายในได้ หากพบอาการซึม เหงือกซีด ควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์

“หลังเหตุการณ์รุนแรงแม้ไม่มีแผลภายนอก แต่สุนัขมีอาการผิดปกติ อาจเกิดเลือดออกภายในร่างกายได้”

แผลเลือดไหลไม่หยุดคืออาการฉุกเฉินในสุนัข
แผลที่เลือดไหลไม่หยุดนานกว่า 5 นาทีถือเป็นภาวะฉุกเฉิน

2. สำลักหรือหายใจลำบาก

การสำลักหลังกินอาหารหรือน้ำถือเป็นอาการฉุกเฉินในสุนัข เพราะการสำลักอาจทำให้มีน้ำหรือเศษอาหารไหลเข้าไปในหลอดลม เกิดการอุดตันหรือทำให้หลอดลมและปอดอักเสบ อาการที่ตามมาคือ สุนัขหายใจลำบาก ขาดออกซิเจน และเสียชีวิตได้

หายใจลำบากเกิดขึ้นได้หลายกรณี เช่น สำลักอาหาร ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ อาการแพ้ หรือหลอดลมตีบ (Tracheal stenosis)

อาการหายใจลำบากเนื่องจากหลอดลมตีบ ซึ่งพบได้บ่อย ๆ โดยเฉพาะสุนัขสายพันธุ์เล็ก เช่น ปอมเมอเรเนียน พุดเดิ้ล และยอร์คเชียร์เทอร์เรีย สุนัขอ้วนมีโอกาสหลอดลมตีบได้มากกว่าสุนัขที่รูปร่างสมส่วน เนื่องจากมีไขมันหนากว่าและกดเบียดหลอดลมได้ง่ายและสุนัขแก่ที่ร่างกายเริ่มมีความเสื่อมเกิดขึ้นกระดูกอ่อนของหลอดลมไม่แข็งแรงเหมือนสุนัขเด็กจึงอ่อนตัวลงทำให้หลอดลมตีบแคบ

หายใจลำบากคืออาการฉุกเฉินในสุนัข
สุนัขที่มีอาการหายใจลำบาก มักหอบ หายใจแรง แลบลิ้นยาวและกระวนกระวาย

3. เลือดไหลออกจากอวัยวะต่าง ๆ

เมื่อพบเลือดไหลออกมาจากอวัยวะต่าง ๆ แสดงว่าเกิดความผิดปกติขึ้นกับร่างกาย บางครั้งเลือดที่ออกมาปริมาณไม่มาก สุนัขไม่ได้ดูซึมมากเหมือนกรณีเลือดไหลไม่หยุด แต่อาการเหล่านี้ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบหาสาเหตุและให้การรักษาอย่างเร่งด่วน

เลือดออกแบบไหนไม่น่าไว้ใจ

  1. สุนัขเลือดออกจมูกหรือสุนัขเลือดออกปากส่วนใหญ่อาการฉุกเฉินในสุนัขเกิดจากอุบัติเหตุ การกระแทกบริเวณใบหน้า ในบางครั้งพบว่าอาการเลือดไหลมาจากสาเหตุอื่น เช่น เนื้องอกหรือแผลในปาก
  2. ไอออกมาเป็นเลือดสด
  3. เลือดไหลออกจากอวัยวะเพศ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ สุนัขเพศเมียที่มีปัญหามดลูกอักเสบ หรือมีเนื้องอกบริเวณอวัยวะเพศ
  4. เลือดไหลออกจากทวารหนักหรือสุนัขถ่ายเป็นเลือด สาเหตุส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหาร เช่น อุจจาระแข็งมากหรือมีเศษกระดูกในอุจจาระ ทำให้บาดลำไส้และลำไส้อักเสบติดเชื้อ

4. ไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระ, ปัสสาวะ หรือมีอาการเจ็บปวดขณะขับถ่าย

“การสังเกตการขับถ่ายทั้งอุจจาระและปัสสาวะของสุนัขเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นคำถามยอดฮิตที่สัตวแพทย์จะถามเสมอเมื่อสุนัขมีอาการป่วย”

อุจจาระไม่ออก

อุจจาระที่ค้างอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ อาจทำให้ลำไส้เกิดการอุดตันจนลำไส้ไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ตามปกติ และทำให้สุนัขปวดท้องมาก

สุนัขที่ไม่สามารถอุจจาระได้ มีหลายสาเหตุ เช่น อุจจาระแข็งผิดปกติ, ต่อมลูกหมากโตในสุนัขแก่ ทำให้ปวดมากจนเบ่งอุจจาระไม่ได้, ลำไส้เกิดการอุดตัน, สุนัขมีปัญหาระบบประสาทที่ควบคุมการขับถ่ายและสาเหตุที่พบบ่อยคือ สุนัขที่กินกระดูกอาจทำให้อุจจาระแข็งและกระดูกคม ๆ ปนออกมา ทำให้อุจจาระลำบาก เป็นต้น

ปัสสาวะไม่ออก

สุนัขปัสสาวะไม่ออกถือเป็นอาการฉุกเฉินในสุนัข ต้องรีบได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากสุนัขไม่สามารถระบายแร่ธาตุและของเสียที่เป็นส่วนเกินของร่างกายออกมาทางปัสสาวะได้2

สุนัขปัสสาวะไม่ออก มีหลายสาเหตุ เช่น สุนัขมีปัญหาระบบประสาทที่ควบคุมการขับถ่าย, ต่อมลูกหมากโตจนเบียดท่อปัสสาวะ, มีก้อนนิ่วอุดตันท่อปัสสาวะ หรือท่อปัสสาวะฉีกขาดจากอุบัติเหตุ เป็นต้น

อาการและคำแนะนำหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินสุนัขมีปัญหาการขับถ่าย

5. อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับดวงตา

การบาดเจ็บบริเวณดวงตาของสุนัขเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น อุบัติเหตุ การกระแทก หรือสุนัขกัดกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขหน้าสั้นที่มีดวงตากลมโต เช่น ชิสุห์ เฟรนช์บูลด็อก หรือปั๊ก มีความเสี่ยงที่จะได้รับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับดวงตาได้ง่าย

“การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับดวงตาถือเป็นอาการฉุกเฉินในสุนัขเพราะเป็นส่วนที่เจ็บปวดมากและดวงตาของสุนัขถูกยึดไว้ด้วยกล้ามเนื้อให้ติดอยู่ในเบ้าตาหากเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงจนกล้ามเนื้อฉีกขาดอาจทำให้สุนัขต้องสูญเสียดวงตา”

การเกิดแผลเล็ก ๆ ที่กระจกตา หากไม่ได้รับการรักษาอาจกลายเป็นการติดเชื้อจนสุนัขต้องตาบอดได้ การใส่คอลล่า (Elizabethan collar) วิธีที่ดีมากในการป้องกันสุนัขเกาตา

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับดวงตาคืออาการฉุกเฉินในสุนัข
ใส่คอลล่าให้สุนัขทุกครั้งที่มีแผลที่ตา ช่วยให้การรักษาตามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

6. สงสัยว่าได้รับสารพิษ

พิษจากสารเคมี

สารพิษสามารถพบได้อยู่รอบ ๆ บริเวณบ้านและสุนัขที่ไม่รู้ว่าสารพิษคืออะไรก็อาจเผลอกินเข้าไป เช่น ยาฆ่าแมลง ยากำจัดหนู ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งอาหารธรรมดาของมนุษย์ก็อาจกลายเป็นสารพิษสำหรับสุนัขได้ เช่น กาแฟ ช็อกโกแลต เป็นต้น

อ่านบทความ 9 อาหารยอดฮิตของมนุษย์เป็นอันตรายต่อสุนัขหรือไม่

ยารักษาโรคต่าง ๆ หากกินเกินขนาดก็เป็นอันตรายได้ควรปรึกษาเรื่องการใช้ยาจากสัตวแพทย์ไม่ควรซื้อยาให้สุนัขกินเอง

อ่านบทความ สุนัขกินช็อกโกแลต: อันตรายจากช็อกโกแลต วิธีสังเกตอาการและการช่วยชีวิตเบื้องต้น

พิษจากสัตว์

สัตว์มีพิษกัด เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง หรือตัวต่อ ก็ถือว่าเป็นอาการฉุกเฉินในสุนัขเช่นกัน สุนัขบางตัวอาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตจากพิษที่ได้รับหรือจากอาการแพ้

7. กระดูกหักหรือไม่สามารถเดินได้

สาเหตุที่ทำให้สุนัขกระดูกหัก คือ อุบัติเหตุต่าง ๆ ซึ่งกรณีนี้เป็นอาการฉุกเฉินในสุนัขที่ทำให้เจ็บปวดอย่างมาก บ่อยครั้งการกระแทกอย่างรุนแรงอาจทำให้กระดูกที่หักทิ่มทะลุออกมา 

สุนัขที่ไม่สามารถเดินได้ อาจเกิดจากกระดูกหัก ร้าว หรือเกิดความเสียหายของระบบประสาท โดยเฉพาะการถูกกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณกระดูกสันหลัง อาจทำให้สุนัขไม่สามารถขยับร่างกายได้

8. ไข้สูง ลมแดดหรือฮีทสโตรก (Heat stroke)

สุนัขตัวร้อน มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ เกิดขึ้นได้ทั้งกรณีสุนัขเป็นไข้ สุนัขอยู่ในสถานที่ร้อนอบอ้าว อากาศไม่ถ่ายเท จนทำให้ร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน เรียกว่า ลมแดดหรือฮีทสโตรก

อุณหภูมิร่างกายสูงขนาดไหน จึงถือว่าเป็นอาการฉุกเฉินในสุนัข?

ตัวร้อน มีไข้สูง

สาเหตุที่ทำให้สุนัขตัวร้อน มีไข้สูง ส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อในร่างกาย เช่น ติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือพยาธิเม็ดเลือด เป็นต้น

ลมแดดหรือฮีทสโตรก (Heat Stroke)

สาเหตุที่ทำให้สุนัขเป็นลมแดดหรือฮีทสโตรก เกิดจากอากาศร้อนอบอ้าว สุนัขอยู่ในบริเวณที่อากาศไม่ถ่ายเท เช่น อากาศในฤดูร้อน หรือสุนัขถูกขังอยู่ในรถที่จอดทิ้งไว้ และสุนัขสายพันธุ์ที่มีหน้าสั้น เช่น บูลด็อก เฟรนช์บูลด็อก ปักกิ่ง ปั๊ก เป็นต้น มีความเสี่ยงเกิดฮีทสโตรกในฤดูร้อนมากกว่าสุนัขพันธุ์อื่น ๆ5  

สุนัขมีไข้สูง ตัวร้อนจัดคืออาการฉุกเฉินในสุนัข
เหงือกสีแดงสด อาการที่สังเกตง่าย ๆ ของสุนัขมีไข้สูงหรือตัวร้อนจัด

9. อาเจียนหรือถ่ายเหลวอย่างรุนแรง

“อาการอาเจียนและถ่ายเหลวอย่างรุนแรง ทำให้ร่างกายเสียน้ำและแร่ธาตุ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ร่างกายทำงานผิดปกติ ถือเป็นอาการฉุกเฉินในสุนัขและอาจเสียชีวิตได้จากภาวะช็อก”

สุนัขอาเจียนและถ่ายเหลวได้จากหลายสาเหตุ โดยแบ่งเป็น 2 สาเหตุหลัก คือ ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร เช่น ลำไส้อักเสบติดเชื้อพาร์โวไวรัส แพ้อาหาร ได้รับสารพิษ เป็นต้น ส่วนอีกสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น ตับอักเสบ ไตวาย ตับอ่อนอักเสบ การติดเชื้ออย่างรุนแรง เป็นต้น

อ่านบทความ “9 คำถามพบบ่อยเมื่อนำสุนัขไปฉีดวัคซีน”

10. เป็นลมหมดสติ(Syncope) vs ชัก(Seizure)

บางครั้งเจ้าของสุนัขอาจสับสนระหว่างสุนัขที่เป็นลมหมดสติกับสุนัขชักเกร็ง เนื่องจากระยะเวลาที่เกิดอาการค่อนข้างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามอาการทั้งสองมีความแตกต่างกันที่เจ้าของสามารถสังเกตได้6

ชัก (Seizure)

สาเหตุของอาการชัก ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งความผิดปกติที่เนื้อสมอง เช่น เนื้องอก เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรืออาการชักเกิดจากร่างกายที่ทำงานผิดปกติ เช่น ไตวาย ตับวาย หรือสุนัขเป็นลมชักแบบไม่ทราบสาเหตุ

เป็นลมหมดสติ (Syncope)

สาเหตุที่ทำให้สุนัขเป็นลมหมดสติ มักเกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติ เช่น สุนัขแก่ที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้หัวใจไม่สามารถปั๊มเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้ เมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองลดลงจึงทำให้เป็นลมหมดสติ

อาการ: ชัก vs เป็นลมหมดสติ

อาการชักและเป็นลมหมดสติแตกต่างกันอย่างไร?

เป็นลมหมดสติ (Syncope)

  1. สุนัขทรงตัวไม่ได้ เดินเซ ล้มนอน
  2. เหยียดเกร็งตัว
  3. อาจพบว่าสุนัขปัสสาวะแบบควบคุมไม่ได้
  4. อาจมีเสียงร้องก่อนหมดสติ
  5. หมดสติ
สุนัขเป็นลมหมดสติ
สุนัขเป็นลมหมดสติ เนื่องจากโรคลิ้นหัวใจรั่ว (MMVD)

ขอบคุณรูปภาพจาก https://youtu.be/yNpApDRceYA

ชัก (Seizure)

  1. นำ้ลายไหล*
  2. ตากระตุกหรือกลอกตา*
  3. กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุก ปากกระตุก*
  4. เหยียดเกร็งตัว พบอาการขาเกร็งกระตุก
  5. ปัสสาวะหรืออุจจาระแบบควบคุมไม่ได้

* อาการเด่นของสุนัขชักที่แตกต่างจากสุนัขเป็นลม

สุนัขชักเกร็ง
สุนัขที่มีอาการชักเกร็ง

ขอบคุณรูปภาพจาก https://youtu.be/D-0bAeAsSFY

คำแนะนำ: อาการทั้งสองแบบถือเป็นอาการฉุกเฉินในสุนัข บางครั้งอาการชักและเป็นลมหมดสติดูคล้ายกันมาก การถ่ายคลิปวิดิโอไว้ ช่วยให้สัตวแพทย์สามารถวินิจฉัยได้ถูกต้องและรวดเร็วมากขึ้น

สรุป

“10 อาการฉุกเฉินในสุนัข” อาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้และมีความเสี่ยงที่จะทำให้สุนัขเสียชีวิต เจ้าของสุนัขจึงควรทำความเข้าใจและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น สุนัขควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนโดยสัตวแพทย์ ถ้าหากเจ้าของสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่สัตวแพทย์ได้มากที่สุด ก็จะทำให้สุนัขได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นอีกด้วย


อ้างอิง
1. https://www.avma.org/resources/pet-owners/emergencycare/13-animal-emergencies-requireimmediate-veterinary-consultation-andor-care
2. https://www.knose.com.au/does-my-dog-need-emergency-vet/
3. Amanda Boag. and Lesley King., 2018. BSAVA Manual Of Canine And Feline Emergency And Critical Care, 3Rd Edition. British Small Animal Veterinary Association (BSAVA).
4. https://pets.webmd.com/dogs/high-fever-in-dogs#1
5. https://www.rspca.org.au/blog/2017/warm-weather-worries-–-protect-pets-heatstroke
6. https://files.brief.vet/migration/article/39761/fptp_differentiation-syncope-fro-seizure-39761article.pdf

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *