วิธีกำจัดเห็บในลูกสุนัข

4 วิธีกำจัดเห็บหมัดในลูกสุนัขอายุน้อยกว่า 6 สัปดาห์

เห็บหมัด ปัญหากวนใจของคนรักสุนัข ในสุนัขสุขภาพดีโตเต็มวัยมีผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดมากมายให้เลือกใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหยอดหลัง แบบเม็ดสำหรับกิน ปลอกคอ และอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วถ้าเป็นลูกสุนัขล่ะ เราจะมีวิธีกำจัดเห็บหมัดในลูกสุนัขอย่างปลอดภัยด้วยวิธีไหนบ้าง 

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมบทความนี้ต้องเน้นไปที่ลูกสุนัขอายุน้อยกว่า 6 สัปดาห์ นั่นก็เป็นเพราะว่า ลูกสุนัขในช่วงอายุนี้ยังไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ตามที่กล่าวมาข้างต้นได้เลย ด้วยผิวหนังที่บอบบางและการรักษาอุณหภูมิของร่างกายได้ไม่ดีในลูกสุนัข ทำให้การอาบน้ำในลูกสุนัขแรกเกิดมีความท้าทายอย่างมากเลยทีเดียว แล้วเราทำอะไรได้บ้างล่ะ บทความนี้มีคำตอบ 

1.หวี แหนบ และสองมือ

ประสิทธิภาพ
5/5
ความปลอดภัย
4/5
ความรวดเร็ว
1/5

วิธีพื้นฐานที่ทุกคนต้องเคยผ่านกันมาบ้าง คือการใช้มือนี่แหละหยิบเห็บหมัดออกมาจากตัวลูกสุนัขโดยตรงเลยถึงแม้จะช้าหน่อย แต่ในกรณีที่ลูกสุนัขยังเด็กมาก ๆ ไม่สามารถอาบน้ำได้วิธีนี้ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อลูกสุนัขที่สุดแล้ว อุปกรณ์ที่ช่วยทุ่นแรง เช่น หวี และแหนบ ก็สามารถทำให้การหยิบเห็บออกรวดเร็วมากขึ้น 

ข้อควรระวัง

บางครั้งการหยิบเห็บออกจากตัวสุนัขโดยตรงอาจทำให้มีเลือดออกจากจุดที่เห็บฝังอยู่บนตัวสุนัขได้ 

คำแนะนำ

ควรเตรียมสำลีเอาไว้เพื่อกดห้ามเลือด 

2.แป้งโรยกำจัดเห็บหมัด

ประสิทธิภาพ
3/5
ความปลอดภัย
3/5
ความรวดเร็ว
4/5
แป้งโรยสำหรับกำจัดเห็บหมัดมักมีส่วนประกอบหลักคือ เพอร์เมทริน (Permethrin) ซึ่งเป็นสารกําจัดแมลงในกลุ่มไพรีทรอยด์ ที่มีพิษต่อแมลงสูงแต่มีพิษต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต่ำ มีประสิทธิภาพในการป้องกันและกําจัดเห็บหมัด  วิธีการใช้แป้งโรยได้รับความนิยมเนื่องจากใช้งานสะดวกแต่ในด้านประสิทธิภาพของการใช้เพอร์เมทรินในการกำจัดเห็บหมัดมีรายงานการวิจัยในประเทศปานามาว่าเห็บ Rhipicephalus sanguineus ซึ่งเป็นเห็บชนิดเดียวกับที่พบในบ้านเรามีการดื้อต่อเพอร์เมทรินในระดับสูง1 

ข้อควรระวัง

  1. ด้วยขนาดอนุภาคที่เล็กและการฟุ้งกระจายได้ดีของแป้ง เวลาใช้ในลูกสุนัขต้องระมัดระวังไม่ให้แป้งเข้าปาก ตา หรือจมูกของสุนัข 
  2. ไม่ควรนำลูกสุนัขที่ทาแป้งไปให้แม่สุนัขทันที เพราะแม่สุนัขอาจเลียเอาแป้งที่มีส่วนผสมของยาเข้าไปได้ 

คำแนะนำ

ทาแป้งทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง และใช้แปรงหวีเอาเศษแป้งที่เหลืออยู่ออกไป ก่อนนำลูกสุนัขเข้าไปรวมกับสุนัขตัวอื่น 

3.จัดการเห็บหมัดบนตัวแม่สุนัข

การจัดการเห็บหมัดบนตัวแม่สุนัขก็มีความสำคัญมากเช่นกัน เห็บหมัดที่อยู่บนตัวแม่สุนัขสามารถกระจายไปสู่ลูกสุนัขได้อย่างง่ายดาย ตามพัฒนาการลูกสุนัขในช่วงแรกจะต้องอาศัยการดูแลจากแม่สุนัขเป็นหลัก เรียกได้ว่าลูกสุนัขต้องอยู่กับแม่ตลอดเวลาเลยทีเดียว 

แม่สุนัขที่กำลังให้นมลูกสุนัขอยู่ก็เป็นข้อจำกัดหนึ่งที่ทำให้ไม่สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้ทุกประเภท จากการรวบรวมข้อมูลของยากำจัดเห็บหมัดที่มีทะเบียนถูกต้องในประเทศไทยและสามารถใช้ได้ในกรณีนี้ได้แก่ 

Revolution

ประสิทธิภาพ
4/5
ความปลอดภัย
5/5
ความรวดเร็ว
4/5

ยาหยอดหลังยอดฮิตติดตลาดอีกตัวหนึ่ง มีความง่ายในการใช้งาน แค่แกะผลิตภัณฑ์แล้วหยอดไปบริเวณหลังของตัวสัตว์ก็สามารถป้องกันเห็บหมัดได้ถึง 1 เดือนเลยทีเดียว มีความสะดวกในการใช้งาน และมีฤทธิ์ป้องกันปรสิตอื่น ๆ อีกมากมาย 

Revolution มีส่วนประกอบหลักคือ เซราเมกติน (Selamectin) ใช้รักษาและป้องกันหมัดเห็บ ป้องกันพยาธิหัวใจ ไรในหู โรคขี้เรื้อนแห้ง (Sarcoptes) และพยาธิตัวกลม มีฤทธิ์อยู่ได้ 1 เดือน สามารถใช้ในแม่สุนัขตั้งท้องและให้นมลูกได้ 

ข้อควรระวัง

หลังหยอดยาไม่ควรให้สุนัขตัวอื่นมาเลียสุนัขตัวที่ถูกหยอดยา ควรทิ้งให้ยาแห้งอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

คำแนะนำ

  1. ตำแหน่งที่เหมาะสมในการหยอดยาคือบริเวณหลัง ตรงกลางระหว่างไหล่ทั้งสองข้างของสุนัข 
  2. ควรใช้ยาก่อนหรือหลังสุนัขอาบน้ำ 2 ชั่วโมง

Bravecto

ประสิทธิภาพ
5/5
ความปลอดภัย
4/5
ความรวดเร็ว
3/5

มีทั้งรูปแบบเม็ดเพื่อให้สุนัขกินและชนิดหยอดหลัง ออกฤทธิ์ป้องกันเห็บหมัดยาวนานถึง 3 เดือน ตามฉลากเขียนเอาไว้ว่าสามารถใช้ได้กับสุนัขตั้งท้อง สุนัขให้นมและสุนัขแม่พันธุ์ได้ 

Bravecto มีส่วนประกอบหลักคือ Fluralaner ซึ่งทำให้เกิดการยับยั้งการส่งสัญญาณประสาท ทำให้เห็บและหมัดเป็นอัมพาตและตายได้ ออกฤทธิ์กำจัดเห็บตาย ภายใน 12 ชั่วโมง กำจัดหมัดตาย ภายใน 8 ชั่วโมง ใช้เสริมประกอบการรักษา ไรขี้เรื้อน ขี้เรื้อนแห้ง ไรในหู 

ข้อควรระวัง

อาการไม่พึงประสงค์ที่สามารถพบได้ ได้แก่ อาเจียน ท้องเสีย เบื่ออาหาร น้ำลายไหลยืด ลมชักและอ่อนแรง (พบ 1 ใน 10,000 ตัว)

คำแนะนำ

  1. ควรซื้อยาโดยตรงจากสัตวแพทย์ 
  2. ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำทันทีหลังการใช้ยา 

Bayticol

ประสิทธิภาพ
4/5
ความปลอดภัย
4/5
ความรวดเร็ว
2/5

ภายในกล่องจะเป็นผลิตภัณฑ์เข้มข้นที่เราต้องเอาออกมาผสมน้ำเพื่อเจือจางให้ได้อัตราส่วนตามต้องการ สามารถใช้ได้ทั้งการอาบชโลมในขั้นตอนหลังจากอาบแชมพูหรือสามารถนำไปใช้ทำความสะอาดพื้นที่ที่สุนัขอยู่เพื่อจัดการกับเห็บที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมก็ได้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีความสารพัดประโยชน์และความคุ้มค่ามากเลยทีเดียว 

แต่ในแง่ของความรวดเร็วได้ไปที่ 2 คะแนนเพราะการอาบน้ำสุนัขบางตัวไม่ใช่เรื่องง่าย!! และในระหว่างที่ต้องรอให้ตัวสุนัขแห้งเพื่อให้ยาซึมเข้าไปและระมัดระวังไม่ให้สุนัขเลียยาโดยการใส่คอลล่าร์ สุนัขบางตัวก็ไม่ยอมให้เราจัดการได้ง่าย ๆ เหมือนกัน 

Bayticol มีส่วนประกอบหลักคือ ฟลูเมทริน (Flumethrin) มีฤทธิ์ควบคุมและกำจัด เห็บ หมัด ของสุนัข สามารถกำจัดเห็บ ตัวอ่อนของเห็บทุกระยะ ตลอดจนยับยั้ง การวางไข่ของเห็บตัวเมีย 

ข้อควรระวัง

ไม่ควรใช้ ไบติคอล 6% อีซี ในกรณีที่สุนัขมีแผลขนาดใหญ่ที่ผิวหนัง ระมัดระวังในการใช้ยาบริเวณใบหน้าของสุนัข 

คำแนะนำ

ควรอาบน้ำแม่สุนัขด้วยแชมพูให้สะอาดก่อนใช้ Bayticol

4.สิ่งแวดล้อมก็สำคัญนะอย่าละเลย!

ผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าวงจรชีวิตของเห็บที่พบในประเทศไทย (Rhipicephalus sanguineus) หรือเห็บสีน้ำตาลต้องขึ้น ๆ ลง ๆ บนตัวสุนัขและพื้นถึง 3 รอบกว่าที่เห็บจะโตเต็มวัยและพร้อมวางไข่ได้ การที่พวกเราจะจัดการกับเห็บสายย่อ (ขึ้น ๆ ลง ๆ) ได้เนี่ย ต้องจัดการเห็บที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมด้วยถึงจะตัดวงจรเห็บสายย่อได้อย่างสมบูรณ์ 

ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำสำหรับกำจัดเห็บในสิ่งแวดล้อม 

Bayticol

ประสิทธิภาพ
4/5
ความปลอดภัย
4/5
ความรวดเร็ว
4/5

จะเห็นได้ว่าเราเพิ่มคะแนนความรวดเร็วให้ในกรณีที่ใช้กับพื้นหรือตามสิ่งแวดล้อม เพราะจากประสบการณ์ที่เคยใช้มา ใช้งานค่อนข้างสะดวก ผสมไบติคอล 1 ซีซี / น้ำ 1.5 ลิตร เคลียร์ของออกจากห้อง ราดพื้น รอให้แห้ง เสร็จเรียบร้อย ในระหว่างนี้อาจเห็นเห็บไต่ขึ้นมาตามผนังก็ราดใส่ผนังหรือนำน้ำยาไปใส่ฟ็อกกี้แล้วก็ฉีดตามพื้นที่แนวตั้งให้ทั่วได้เลย ทำซ้ำได้ทุก 2 อาทิตย์จนกว่าจะพอใจ 

ราดไบติคอลบนพื้นหญ้า หญ้าจะตายไหม?

ขอสารภาพตามตรงว่าตัวผู้เขียนยังไม่เคยมีโอกาสเอาไปทดสอบราดบนพื้นหญ้าด้วยตัวเอง แต่จากการรวบรวมข้อมูลของผู้อื่นที่เคยใช้โดยตรงพบว่าใช้ได้ ถ้าไม่แน่ใจแนะนำให้นำไปราดพื้นหญ้าในบริเวณเล็ก ๆ ดูก่อน

คำแนะนำ

  1. เล็มหญ้าให้สั้น เพราะเห็บจะตามหาเหยื่อโดยการไต่ขึ้นไปบนยอดพุ่มไม้ หญ้า ผนังหรือรั้ว เพื่อรอสัญญานการเคลื่อนไหวหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เหยื่อหายใจออกมา การเล็มหญ้าจะช่วยลดโอกาสที่เห็บจะตามหาเหยื่อเจอ 
  2. จำกัดบริเวณแม่สุนัขไม่ให้ไปเดินเล่นที่สนามหญ้า

นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์ยอดฮิตตัวอื่นที่ผู้อ่านอาจได้รับการแนะนำมาเช่น Frontline spray ซึ่งหากดูตามฉลากของประเทศไทยถูกเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า สำหรับสุนัขอายุ 8 สัปดาห์ขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตามมีฉลากของผลิตภัณฑ์ Frontline spray ในบางประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษและอินเดีย ที่เขียนว่าใช้ได้ในสุนัขอายุตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป ซึ่งผู้เขียนไม่มีข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศมีส่วนผสมที่เหมือนหรือแตกต่างกันกับผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยอย่างไรบ้าง 

จากข้อมูลข้างต้นนี้การใช้งาน Frontline spray ในสุนัขแรกเกิดจึงถือว่าเป็นการใช้งานนอกเหนือจากฉลาก เพราะฉะนั้นควรใช้งานภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด 

หลังจากลูกสุนัขอายุมากกว่า 6 สัปดาห์ขึ้นไป ลูกสุนัขสามารถควบคุมอุณหภูมิของร่างกายได้เองสามารถที่จะอาบน้ำและใช้แชมพูกำจัดเห็บหมัด หรือใช้ผลิตภัณฑ์หยอดหลังเพื่อกำจัดเห็บหมัดได้บ้างแล้ว เมื่ออายุ 8 สัปดาห์ ก็พร้อมสำหรับการพาไปฉีดวัคซีนเข็มแรกและมีทางเลือกสำหรับการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บหมัดที่หลากหลายมากขึ้น 

บทความที่เกี่ยวข้องกับการดูแลลูกสุนัขในแง่มุมอื่น ๆ

อ่านเรื่องคู่มือดูแลสุนัขแรกเกิดฉบับคุณแม่มือใหม่จนถึงมือโปร 

อ่านเรื่องวัคซีนสุนัข 

สรุป

ลูกสุนัขอายุน้อยกว่า 6 สัปดาห์ มีข้อจำกัดในเรื่องของการใช้ยามากมาย 4 วิธีกำจัดเห็บหมัดในลูกสุนัขที่เราเสนอมานั้น เป็นการดูแลลูกสุนัขในองค์รวมทั้งบนตัวลูกสุนัขเอง ตัวแม่สุนัข และในสิ่งแวดล้อม หากผู้อ่านสามารถทำตามนี้ได้ทั้งหมด พวกเราเชื่อว่าผู้อ่านจะสามารถจัดการปัญหาเห็บหมัดที่กวนใจลูกสุนัขได้อย่างปลอดภัยแน่นอนค่ะ 

ใครมีปัญหาหรืออยากแชร์วิธีการที่เคยใช้แล้วได้ผลดี สามารถแชร์ให้เพื่อน ๆ ฟังได้ที่กล่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้เลยนะคะ 

อ้างอิง 

Coles T.B. and Dryden M.W. Insecticide/Acaricide resistance in fleas and ticks infesting dogs and cats. Parasites & Vectors 2014. P.1 -10. 

https://www.uwsheltermedicine.com/library/resources/can-fipronil-be-used-off-label-in-kittens-and-puppies

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend