การได้เริ่มเลี้ยงฟูมฟักลูกแมวสักตัวอาจทำให้เรารู้สึกมีความสุขมาก ๆ ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยเลย หากลูกแมวแรกเกิดที่เราดูแลอยู่เกิดเจ็บป่วย ลูกแมวแรกเกิดไม่มีแรง หรือแม้กระทั่งลูกแมวแรกเกิดเสียชีวิต บทความนี้จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับอาการแมวเฉามือ และในฐานะผู้เลี้ยงดูแมวเราจะสังเกตอาการอย่างไรและจะจัดการอย่างไรได้บ้าง

แมวเฉามือคืออะไร?

ที่มาที่ไปของคำว่าแมวเฉามือนั้นไม่สามารถหาต้นตอได้จริง ๆ ว่ามาจากไหน แต่คุณผู้อ่านน่าจะเคยได้ยินจากผู้ใหญ่หลายท่านกันมาบ้างว่า “อย่าไปจับลูกแมวมากนะลูก เดี๋ยวแมวเฉามือตาย” คุ้น ๆ กับประโยคประมาณนี้กันไหมคะ ไม่ว่าผู้ใหญ่เขาจะพูดด้วยความเป็นห่วงเรา กลัวว่าเราจะติดโรคจากแมว หรือพูดด้วยความเป็นห่วงแมวกลัวแมวตายจริง ๆ ก็ตาม คำว่าแมวเฉามือต่างก็ให้ความรู้สึกต่อผู้ฟังว่า อย่าจับลูกแมวมาก เดี๋ยวลูกแมวจะตาย

ลูกแมวแรกเกิดไม่มีแรง
ลูกแมวแรกเกิดไม่มีแรง

คำถามก็คือ แล้วลูกแมวสามารถเฉามือได้จริง ๆ เหรอ? การที่เราจับลูกแมวบ่อย ๆ เป็นสาเหตุทำให้ลูกแมวตายได้ใช่ไหม?

จากคำถามเหล่านี้ ทำให้ผู้เขียนพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างการที่ลูกแมวถูกจับบ่อย ๆ นำไปสู่การเสียชีวิตของลูกแมวหรือไม่ ซึ่งปรากฎว่ายังไม่เจอหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ยืนยันทฤษฎีนี้ แต่จากการค้นคว้าข้อมูลกลับพบว่าลูกแมวแรกเกิดมีโอกาสเสียชีวิตสูงอยู่แล้วในเหตุการณ์การคลอด ช่วง 2 สัปดาห์แรกของชีวิต ไปจนถึงช่วงเวลาหย่านม1

ทำไมลูกแมวแรกเกิดไม่มีแรง

แม่แมวหลายท่านคงเคยมีประสบการณ์ดูแลลูกแมวแรกเกิด จากแมวที่กินนม ร้องหาแม่ ขับถ่ายปกติอยู่ดี ๆ กลายเป็นลูกแมวซึม ไม่กินอาหาร นอนอย่างเดียว ไม่ดูดนม ไม่ร้อง เหมือนน้องไม่อยากมีชีวิตต่อแล้วซะอย่างงั้น ในทางสัตวแพทย์เรียกอาการแบบนี้ว่า “Fading Kitten Syndrome” โดยอาการลูกแมวแรกเกิดไม่มีแรงมักจะพบในช่วงแรกเกิดจนกระทั่งลูกแมวหย่านม

สาเหตุที่ทำให้เกิด Fading Kitten Syndrome

💡ลูกแมวแรกเกิดทานได้! Premium Cat Milk เกรดพรีเมียมจากญี่ปุ่น ละลายไว สารอาหารครบ

ลูกแมวแรกเกิดไม่มีแรงสังเกตอาการได้อย่างไร

วิถีชีวิตของลูกแมวแรกเกิดจะใช้ชีวิตในทุก ๆ วันเพื่อตื่นขึ้นมา ร้อง กินนม ขับถ่ายและนอนหลับ วนเวียนอยู่เช่นนี้ นอกจากการสังเกตกิจวัตรประจำวันของลูกแมวแรกเกิดที่เปลี่ยนไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นสัญญาณเริ่มแรกของลูกแมวแรกเกิดไม่มีแรงก็คือการเจริญเติบโตช้ากว่าลูกแมวปกติ

เพราะฉะนั้นคุณแม่แมวมือใหม่ต้องรู้ว่าลูกแมวแรกเกิดนั้นมีพัฒนาการปกติเป็นอย่างไรและเกิดขึ้นเมื่อไหร่

พัฒนาการที่สำคัญของลูกแมวแรกเกิด

Milestone (เหตุการณ์สำคัญ) ที่สำคัญของลูกแมวคือที่อายุ 3 วันสามารถพลิกตัวกลับได้เอง และที่ 14 วัน เริ่มเดิน คือหมุดหมายที่สำคัญ หากลูกแมวแรกเกิดไม่สามารถทำได้ตามเวลาที่ควรจะเป็น ให้เฝ้าระวังไว้เพราะมีโอกาสสูงมากที่ลูกแมวจะมีภาวะของ Fading kitten syndrome2

พัฒนาการลูกแมวแรกเกิด
พัฒนาการของลูกแมวแรกเกิด

ลูกแมวไม่มีแรง: อาการอื่น ๆ ที่ควรเฝ้าระวัง

💡แห้งสบาย! แผ่นรองซับปัสสาวะ หนากำลังพอดี ส่งไว ราคาสุดคุ้ม

หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบไปปรึกษาสัตวแพทย์ด่วน เนื่องจากการขาดน้ำและอาหารของลูกแมวอาจนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจนถึงการช็อคและเสียชีวิตได้

ต้องทำอย่างไรหากพบลูกแมวแรกเกิดไม่มีแรง

Fading Kitten Syndrome สามารถรักษาให้หายได้หากรู้สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคในลูกแมวตัวนั้นและพาไปรักษาได้ทันเวลา โดยส่วนใหญ่แล้วอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในลูกแมวเลี้ยงปล่อยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 75%1 เลยทีเดียว ในลูกแมวที่มีการจัดการสภาพแวดล้อมดี พ่อแม่พันธุ์ถูกคัดมาอย่างดี อัตราการเสียชีวิตจะต่ำกว่า 5%1

ในฐานะเจ้าของแมวสิ่งที่อาจจะช่วยชีวิตลูกแมวแรกเกิดไม่มีแรงได้ก็คือ การสังเกตอาการผิดปกติของลูกแมวอย่างรวดเร็ว และการจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของลูกแมว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความสะอาด อุณหภูมิ อากาศถ่ายเท และที่ละเลยไม่ได้เลยก็คือ สารอาหารลูกแมวแรกเกิดที่เหมาะสม บางครั้งนมจากแม่แมวอาจไม่เพียงพอ หรือไม่มีน้ำนมเลย ต้องสังเกตในส่วนนี้ด้วย

“หากพบอาการผิดปกติควรรีบพาไปหาสัตวแพทย์ทันที”

ส่งท้าย

ช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งหย่านม เป็นช่วงเวลาวิกฤติของลูกแมวแรกเกิด การสังเกตอาการลูกแมวแรกเกิดไม่มีแรงได้อย่างรวดเร็วและพาไปหาสัตวแพทย์ อาจเพิ่มโอกาสให้ลูกแมวตัวนั้นมีชีวิตรอดได้ จะเห็นได้ว่ามีสาเหตุมากมายที่อาจทำให้ลูกแมวเสียชีวิตได้นอกจากการจับลูกแมวจนลูกแมวเฉามือ เพราะฉะนั้นการดูแลลูกแมวด้วยความรัก ความห่วงใย ใส่ใจสังเกตอาการเป็นสิ่งที่แม่แมวทุกคนควรทำได้อย่างสบายใจ

หากใครเคยมีประสบการณ์ดูแลลูกแมวแรกเกิดไม่มีแรง สามารถแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อน ๆ นักอ่านคนอื่นได้รู้ในกล่องความคิดเห็นด้านล่างนี้เลยค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *