ร่องรอยของแมวเป็นเชื้อรา

5 เรื่องต้องรู้ รักษาแมวเป็นเชื้อราแบบหายชัวร์ ๆ

โรคผิวหนังเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยเป็นอันดับต้น ๆ ทั้งสร้างความรำคาญให้ชีวิตของแมวแล้วยังกวนใจเจ้าของแมวอีกด้วย “แมวเป็นเชื้อรา” สามารถเกิดขึ้นได้กับแมวทุกตัว อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตแมวที่อาจติดเชื้อราและกว่าจะรักษาหายก็ยาวนานเหลือเกิน เจ้าของแมวมักมีคำถาม เช่น แมวเป็นเชื้อราเกิดจากอะไร? แมวเป็นเชื้อรารักษายังไงดี ยาม่วงรักษาเชื้อราแมวได้จริงหรือไม่? ไปดูกันเลย

1.แมวเป็นเชื้อราเกิดจากอะไรกันนะ…

แมวเป็นเชื้อราเกิดจากอะไร? แน่นอนว่าก็ต้องเกิดจากการติดเชื้อราน่ะสิ ซึ่งเชื้อราที่เราสนใจในบทความนี้อยู่บริเวณผิวหนัง ขน รวมทั้งเล็บแมว มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Dermatophyte หรือ Ringworm และชื่อที่คนไทยคุ้นหู “กลาก” นั่นเอง

เชื้อราที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังมีดังนี้ Microsporum, Trichophyton และ Epidermophyton ซึ่งแมวเป็นเชื้อรามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก ติดเชื้อราชนิด Microsporum Canis 

เชื้อราที่ทำให้แมวเป็นโรคผิวหนัง เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วที่มีความพิเศษ เชื้อราผลิตสปอร์ซึ่งทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้อย่างยาวนานถึง 12 เดือน แต่ถูกทำลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสความร้อน 100 องศาเซลเซียส สปอร์เชื้อราสามารถยึดเกาะได้อย่างเหนียวแน่นที่ผิวหนังชั้นนอกสุดของแมว โดยเฉพาะบริเวณที่มีโปรตีนเคอราติน คือ ผิวหนัง ขนและเล็บ ซึ่งแมวที่มีผิวหนังสุขภาพดีและร่างกายแข็งแรงมีโอกาสน้อยที่เชื้อราจะทำอันตรายได้

เราสามารถพบเชื้อราได้ในอากาศ ฝุ่นละออง สิ่งแวดล้อมภายในบ้าน แม้กระทั่งบนผิวหนังและขนของเจ้าเหมียวสุขภาพดีที่ไม่มีร่องรอยโรคผิวหนังแต่อย่างใด ดังนั้นแมวเหมียวสุขภาพดีอาจพาสปอร์เชื้อราไปด้วยทุกที่และติดต่อสู่แมวที่อ่อนแอกว่าหรือแม้กระทั่งมนุษย์

2.เจ้าเหมียวกลุ่มเสี่ยงที่มักประสบปัญหาแมวเป็นเชื้อรา

“แมวเป็นเชื้อรามักเป็นแมวที่มีปัญหาเรื่องระบบภูมิคุ้มกันและแมวอ่อนแอ” เช่น

  • แมวที่ได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน
  • แมวป่วยเรื้อรัง
  • แมวผอมขาดสารอาหารโดยเฉพาะขาดโปรตีนและวิตามินเอ
  • แมวเป็นเอดส์แมว (FIV)
  • แมวเป็นลิวคีเมีย (FeLV)
  • ลูกแมวเป็นเชื้อรา โดยเฉพาะแมวขนยาวหรือแมวสายพันธุ์เปอร์เซีย อาจพบว่าลูกแมวเป็นเชื้อราได้ตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์หลังคลอดจนถึงอายุ 2 ปี

“สิ่งกระตุ้นที่ทำให้ผิวหนังอ่อนแอจนติดเชื้อรา”

  • แมวที่อาศัยอยู่สภาพแวดล้อมที่อับชื้นและไม่สะอาด
  • ผิวหนังที่ถูกทำร้าย เช่น สารเคมี รอยกัด รอยข่วน ผิวหนังอักเสบจากน้ำลายหมัด เป็นต้น

3.รู้ได้ยังไงว่าแมวเป็นเชื้อรา

แมวที่ร่างกายอ่อนแอเมื่อได้รับเชื้อรามาจากแมวตัวอื่นหรือสภาพแวดล้อมในบ้านที่มีสปอร์เชื้อราล่องลอยอยู่ จะมีระยะฟักตัวประมาณ 1-3 สัปดาห์ก่อนที่จะมีอาการของโรคผิวหนังให้เราสังเกตได้ ดังนั้นอย่าแปลกใจที่เจ้าเหมียวรุ่นจิ๋วอายุ 1-3 สัปดาห์ติดเชื้อราทั้ง ๆ ที่แม่ของพวกเขาก็ดูปกติดี

อาการของแมวเป็นเชื้อรา

  • ขนหักหลุดร่วงง่ายมาก อาจพบขนร่วงหายไปเป็นจุดเล็กจนถึงเป็นวงกว้าง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-6 เซนติเมตร หากสังเกตดี ๆ จะพบว่ารากขนยังอยู่ดีมีเพียงเส้นขนที่หักออกไปเท่านั้น
  • ลูกแมวเป็นเชื้อรามักมีร่องรอยเริ่มต้นที่หน้า โดยเฉพาะสันจมูกและใบหู ร่องรอยอาจกระจายไปทั่วตัวและดูรุนแรงกว่าแมวโต
  • ผิวหนังอักเสบ ผิวแห้ง แดง ลอกและมีสะเก็ดคล้ายรังแค
  • ขอบนอกสุดรอบ ๆ บริเวณที่ขนร่วงหายไป อาจพบตุ่มนูนแดงเป็นวง ร่องรอยแบบนี้เรียกว่า Ringworm หรือกลากนั่นเอง และถ้าทาสแมวติดเชื้อราก็จะพบร่องรอยบนผิวของเราชัดเจนกว่าบนตัวแมว
  • แมวที่ร่างกายอ่อนแอมาก ระบบภูมิคุ้มกันทำงานย่ำแย่อาจพบการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ ทำให้วินิจฉัยได้ยากว่าสาเหตุเริ่มต้นเกิดจากเชื้อรา
  • แมวเปอร์เซียบางตัวติดเชื้อราแล้วกลายเป็นก้อนนูน ๆ ได้ เรียกว่า Pseudomycetoma เป็นการพยายามกำจัดสิ่งแปลกปลอมของร่างกายโดยการหุ้มเจ้ากลุ่มเชื้อราเอาไว้ที่ผิวหนัง แต่พบได้ไม่บ่อยนัก 

วิธีตรวจแมวเป็นเชื้อรา

วิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัยว่าแมวเป็นเชื้อราคือ การเพาะเชื้อรา ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนจะทราบผล ส่วนการส่องดูด้วยไฟเรืองแสง Wood’s lamp พบว่า M. Canis เชื้อราที่เจ้าเหมียวติดเยอะที่สุด แม่นยำประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนเชื้อราชนิดอื่น ๆ ไม่เรืองแสงเลย นอกจากนั้นคุณหมอยังมีการตรวจด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น ส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อดูลักษณะของเส้นขน อาจจะบอกได้คร่าว ๆ ว่าแมวน่าจะติดเชื้อรา

4.แมวเป็นเชื้อรารักษายังไง

แมวเป็นเชื้อรา รักษาให้หายได้แน่นอนเพียงแต่ต้องอาศัยความอดทน กว่าร่องรอยเชื้อราบนตัวแมวจะหายไปอาจใช้เวลานานอย่างน้อย 6 สัปดาห์ หลักการของการรักษาแมวเป็นเชื้อราคือ ทำลายสปอร์เชื้อราบนตัวแมว ทำลายสปอร์เชื้อราในสภาพแวดล้อมที่แมวอยู่และดูแลเจ้าเหมียวให้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เครียด 

ก่อนจะเริ่มรักษาแมว ลองดูว่าเจ้าเหมียวขนยาวรุงรังหรือไม่ เพราะเชื้อราชอบความอับชื้น ดังนั้นแมวขนยาวมีโอกาสเป็นเชื้อราได้มากกว่าแมวขนสั้น การเล็มขนแมวให้สั้นในระหว่างรักษาจะช่วยให้ตัวยาที่เราจะใช้สัมผัสผิวหนังและขนได้ง่ายยิ่งขึ้น ไปดูวิธีรักษาเชื้อราแมวกันเลย

  • แชมพูยาสำหรับแมวเป็นเชื้อรา (แนะนำสุด ๆ) เป็นวิธีง่าย ๆ ทำได้เองที่บ้าน (ถ้าการอาบน้ำแมวไม่ยากจนเกินไป) และสามารถอาบให้ลูกแมวได้ เลือกแชมพูที่มีส่วนผสมของตัวยาฆ่าเชื้อรา เช่น 0.2% enilconazole หรือ 2% miconazole ฟอกทั่วทั้งตัวทิ้งไว้ 5-10 นาทีแล้วล้างแชมพูยาให้สะอาด 2 ครั้งต่อสัปดาห์ นานอย่างน้อย 6 สัปดาห์หรือจนกว่าตรวจไม่พบเชื้อราแล้ว 

หมายเหตุ ระมัดระวังในขณะฟอกแชมพู ไม่ให้แมวเลียแชมพูยาและระวังไม่ให้เข้าตา

  • Lime sulphur สำหรับแช่แมว (แนะนำสุด ๆ) วิธีทำได้เองที่บ้านเช่นกันและใช้ได้กับแมวเด็ก แต่วิธีใช้อาจยุ่งยากกว่าแชมพูเพราะต้องเจือจางก่อนใช้ โดยผสม Lime sulphur (สำหรับสัตว์เลี้ยง) 4 ออนซ์ต่อน้ำสะอาด 1 แกลลอน (หรือผสม lime sulphur ประมาณ 30 มิลลิลิตรต่อน้ำสะอาด 1 ลิตร) แช่ตัวแมวให้ร่องรอยเชื้อราสัมผัสกับ lime sulphur ให้ทั่วโดยไม่ต้องล้างออก ซับตัวแมวให้แห้ง แช่แมว 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ นานอย่างน้อย 6 สัปดาห์หรือจนกว่าตรวจไม่พบเชื้อราแล้ว2,3,4  มีความปลอดภัยสูงสามารถใช้ในแมวท้องและลูกแมวอายุ 2-3 สัปดาห์ขึ้นไป

คำแนะนำสำหรับมือใหม่หัดใช้ Lime sulphur

สำหรับหน้าแมวใช้สำลีแต้มเบา ๆ ห้ามเข้าตา

สีเหลืองส้มของ lime sulphur อาจติดบนผิวแมวและมีกลิ่นค่อนข้างแรง 

มีรายงานความเป็นพิษในแมวเมื่อผสม lime sulphur เข้มข้นจนเกินไป ไม่ควรผสมเข้มข้นเกินกว่า 60 มิลลิลิตรต่อน้ำสะอาด 1 ลิตร (สูตรผสมเข้มข้นนี้สำหรับแมวโตที่ใช้สูตรปกติไม่ได้ผลหรือแมวเป็นเชื้อราแบบเรื้อรังและไม่ตอบสนองต่อการรักษา3 ควรได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ก่อนใช้)

หมายเหตุ ระมัดระวังในขณะแช่ lime sulphur ห้ามแมวเลียอย่างเด็ดขาดและระวังไม่ให้เข้าตา (ควรใส่คอลล่าร์จนกว่าตัวแมวจะแห้งสนิท)

บทความที่น่าสนใจ วิธีใส่คอลล่าร์อย่างง่ายและเลือกคอลล่าร์อย่างไรให้ถูกใจเหมียว

อาบน้ำฟอกแชมพูแมวเป็นเชื้อรา
อาบน้ำฟอกแชมพูฆ่าเชื้อราหรือแช่แมวด้วย Lime sulphur เป็นวิธีรักษาเชื้อราแมวที่แนะนำมากที่สุด
  • ยาฆ่าเชื้อราแบบทาเฉพาะที่ ไม่ค่อยได้ผลดีเมื่อเทียบกับการฟอกแชมพูยาหรือแช่แมวด้วย lime sulphur เนื่องจากสปอร์ของเชื้อรากระจัดกระจายไปทั่วตัวแมวและแมวมักเลียตำแหน่งที่ทายาทันทีที่ทาเสร็จ ทำให้การทายาเฉพาะจุดที่ขนร่วงไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
  • ซิลเวอร์นาโน (Silver nano) ยาทาภายนอกมีทั้งครีม เจลและสเปรย์ มีประสิทธิภาพฆ่าเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย สามารถทาบริเวณใบหน้าได้โดยไม่แสบตาและแมวเลียได้ไม่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตามซิลเวอร์นาโนเหมือนยาทาเฉพาะที่อื่น ๆ ที่ทาปุ๊บเลียปั๊บก็ไม่มีประสิทธิภาพรักษาแผลเชื้อราเท่าที่ควร
  • ยากินสำหรับฆ่าเชื้อรา ได้ผลดีมากเมื่อใช้ร่วมกับการฟอกแชมพูยาและแช่แมวด้วย lime sulphur สัตวแพทย์แนะนำให้ใช้ยากินในกรณีที่แมวเป็นเชื้อราอย่างรุนแรง มีร่องรอยหลายตำแหน่งหรือทั่วทั้งตัว (การใช้ยากินควรอยู่ในการดูแลของสัตวแพทย์ ไม่แนะนำให้ซื้อยามาใช้เอง)
  • Anti-Dermatophyte Vaccine หรือวัคซีนสำหรับรักษาแมวเป็นเชื้อราเป็นทางเลือกที่ผลการวิจัยยังไม่เยอะนัก มีรายงานเปรียบเทียบการรักษาแมวเป็นเชื้อราจำนวน 55 ตัว โดยมีทั้งแมวที่ได้รับวัคซีนและไม่ได้รับวัคซีน พบว่าผลการรักษาไม่แตกต่างกัน1

ยาม่วงรักษาเชื้อราแมว ดีจริงหรือ fake news

ยาม่วงหรือ Gentian Violet เป็นยาสามัญประจำบ้านมานานกว่า 100 ปี โดยใช้ทาภายนอกสำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและทำแผลเบื้องต้น5 มีการใช้ยาม่วงอย่างแพร่หลายในคน จนเริ่มมีการนำมาใช้รักษาแผลติดเชื้อของสัตว์เลี้ยงด้วยเช่นกัน

สรุปว่า ยาม่วงใช้รักษาเชื้อราได้จริง!!! แต่ก็มีข้อเสียคืออาจทำให้ผิวหนังอักเสบระคายเคืองได้ทั้งในคนและสัตว์ ไม่ควรให้ยาม่วงเข้าปากหรือเข้าตาแมวเพราะอาจเกิดการระคายเคืองมากได้ นอกจากนั้นสีม่วงเข้มติดผิวไปหลายวันและอาจกลบร่องรอยโรคจนยากต่อการวินิจฉัย 

ยาม่วงรักษาเชื้อราแมว ดีจริงมั้ย? สารภาพตามตรงว่าผู้เขียนไม่เคยใช้ยาม่วงในการรักษาเชื้อรามาก่อน ส่วนในเรื่องการตรวจโรคผิวหนังหลังทายาม่วงมาแล้ว บอกได้เลยว่ายากมากเพราะเห็นแต่สีม่วงเต็ม ๆ ตา

แมวสีม่วงหลังใช้ยาม่วงรักษาเชื้อราแมว
แมวสีม่วงหลังใช้ยาม่วงรักษาเชื้อราแมว

5.แมวเป็นเชื้อรา ค่ารักษาแพงมั้ยและรักษาแมวเป็นเชื้อรานานแค่ไหน

แมวเป็นเชื้อราค่ารักษาอยู่ในระดับกลาง ๆ หลักร้อยถึงหลักพันนิด ๆ สำหรับแมวที่ไม่ได้มีอาการรุนแรงมาก ใช้เพียงแชมพูยาสำหรับสัตว์หรือแช่แมวด้วย lime sulphur ก็เพียงพอ ส่วนแมวเป็นเชื้อราที่มีอาการรุนแรง อาจมีร่างกายอ่อนแอหรือมีโรคแทรกซ้อน จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอื่น ๆ ร่วมกับการรักษาเชื้อราที่ใช้ทั้งแชมพูยาหรือแช่แมวและยากินฆ่าเชื้อรา ทำให้ค่ารักษาอาจพุ่งขึ้นสูงจนถึงหลายพันบาท

“แมวเป็นเชื้อราใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน อย่างน้อย 6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแมว ยิ่งแมวแข็งแรงก็จะหายจากเชื้อราได้อย่างรวดเร็ว”

ภูมิคุ้มกันของแมวหลังจากติดเชื้อรา

ข่าวดี!!! ร่างกายเจ้าเหมียวจะมีการจดจำเชื้อราเอาไว้โดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งแมวสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อราชนิดนั้นได้อย่างยาวนาน หมายความว่าเมื่อแมวเป็นเชื้อราแล้วหนึ่งครั้งก็จะมีภูมิต้านทานทำให้ครั้งต่อไปที่ติดเชื้อราแมวจะหายป่วยได้เร็วขึ้น หรือถ้าแมวสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง เชื้อราอาจไม่สามารถทำอะไรแมวได้อีกเลย 

ยกเว้น แมวเป็นเชื้อราที่ได้รับยาฆ่าเชื้อราในขณะรักษา ร่างกายอาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ไม่ดีนัก

คนติดเชื้อราแมว ทำยังไงดี?

เจ้าเหมียวที่มาถูไถอาจนำเชื้อรามาติดคนได้ โดยเฉพาะคนที่ร่างกายไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัว นอนดึกหรือคนที่มีความเครียด มีโอกาสติดเชื้อราจากแมวทั้งนั้นและร่องรอยของผิวหนังที่ติดเชื้อราที่เราเรียกว่ากลากหรือ Ringworm นั้นคล้ายกับแมวแต่เห็นได้ชัดเจนกว่าคือ ผิวหนังแห้งลอกเป็นวง ขอบ ๆ มีตุ่มแดงเล็ก ๆ มักมีอาการคันร่วมด้วย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณที่เจ้าเหมียวชอบมาถูไถ 

สภาพผิวหนังปกติของคนมีแบคทีเรียที่รักษาความสมดุลบนผิวหนังไว้ไม่ให้ง่ายต่อการติดเชื้อ แต่ช่วงเวลาเครียด ๆ ป่วย ๆ หรือการรบกวนผิวหนังมากเกินไป เช่น ล้างมือบ่อยหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ อาจทำให้แบคทีเรียดี ๆ บนผิวตายไป ง่ายต่อการติดเชื้อรามากขึ้น

วิธีจัดการกับร่องรอยเชื้อราสำหรับคุณเจ้าของแมวสามารถปรึกษาเภสัชกรเรื่องยาทาฆ่าเชื้อราได้เลย โดยระยะเวลาการรักษาของคนเท่า ๆ กับแมวคือประมาณ 6 สัปดาห์ แต่ถ้าหากมีร่องรอยเชื้อราขึ้นมากมายหลายตำแหน่ง ควรไปพบคุณหมอเฉพาะโรคผิวหนังเพื่อการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของโรค

อย่าลืมว่าสปอร์เชื้อราฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน เชื้อราชอบความอับชื้นและแสงน้อย ๆ ดังนั้นควรจัดการจุดอับชื้นภายในบ้านและควรทำความสะอาดบ้านลดการสะสมของเชื้อราร่วมกับการรักษาเชื้อราที่ผิวหนังไปด้วย

คนติดเชื้อราแมว
ร่องรอยเชื้อราบนผิวหนังมนุษย์ ที่เรียกว่า “กลาก” หรือ “Ringworm“

บทสรุป

แมวเป็นเชื้อรารักษาหายได้แน่ ๆ เพียงแต่ว่ามันจะใช้เวลานานหน่อย อย่างน้อย 6 สัปดาห์ กาโตโระเข้าใจว่าการอาบน้ำแมวโตอาจเป็นฝันร้ายของใครหลายคน แต่วิธีฟอกแชมพูหรือแช่แมวด้วย Lime sulphur เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการกำจัดสปอร์ของเชื้อราบนตัวเจ้าเหมียว หากมีความสงสัยสามารถปรึกษาสัตวแพทย์ใกล้บ้านได้ เพื่อหาวิธีที่เหมาะกับเจ้าเหมียวที่สุดในการกำจัดเชื้อราอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด

อ้างอิง

1.https://www.researchgate.net/publication/243969914_Dermatophytosis_in_Cats_ABCD_guidelines_on_prevention_and_management

2.https://www.nevetdermatology.com/common-uses-dips/

3.https://www.drugs.com/vet/lime-sulfur-dip.html

4.https://www.sheltermedicine.com/library/guidebooks/?r=ringworm/treating-ringworm

5.https://www.webmd.com/drugs/2/drug-4397/gentian-violet-topical/details

6.https://www.authenticapets.com/en/blog/colloidal-silver-for-cats-dogs

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า
Send this to a friend