“อยู่ดี ๆ ขนก็ร่วงเป็นวง ๆ แมวก็เริ่มคัน แล้วนี่มันคืออะไรกันแน่?”
หลายคนที่เป็นเจ้าของแมว โดยเฉพาะมือใหม่ อาจยังไม่รู้ว่าแมวของเรากำลังเผชิญกับ “เชื้อรา” หรือ Ringworm ที่ไม่ใช่พยาธิ แต่มาจากเชื้อราที่ชื่อว่า Microsporum canis เชื้อราแมวอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ถ้าไม่รู้เท่าทัน อาจแพร่เชื้อสู่แมวตัวอื่น คนในบ้าน และลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้
การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้จะพาไปดูว่าอาการเชื้อราแมวเริ่มต้นหน้าตาเป็นยังไง มาดู 12 สัญญาณเชื้อราแมวอาการเริ่มต้นจะมีอะไรบ้าง ตามมาเลยยย
1. ขนร่วงเป็นหย่อมกลมหรือแหว่ง ๆ (Circular areas of hair loss)
อาการขนร่วงคือสัญญาณเบื้องต้นที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะบริเวณหัว หน้าอก ขา และหลัง มักร่วงเป็นวงกลม หรือร่วงแหว่งแบบไม่สม่ำเสมอ สังเกตได้ง่ายที่สุดเมื่อแมวมีขนสั้นหรือขนไม่หนา
2. ขนหักสั้น หยาบ หรือแตกปลาย (Broken and stubby hair)

แมวที่ติดเชื้อรา บริเวณที่ติดเชื้อมักมีเส้นขนที่หักหรือสั้นกว่าปกติ บางจุดอาจคล้ายถูกตัด เพราะเส้นขนเปราะ ไม่แข็งแรง เป็นผลจากเชื้อราที่ไปเกาะรากขน
3. ขนหมอง ไม่มีความเงา (Dull fur)
แมวสุขภาพดีจะมีขนเงา เรียบลื่น แต่หากขนเริ่มหมองหรือดูแห้งไม่มีชีวิตชีวา อาจเป็นสัญญาณว่าแมวเริ่มมีปัญหาผิวหนัง เช่น เชื้อรา โดยเฉพาะถ้าเกิดร่วมกับอาการอื่นข้างต้น
4. ผิวหนังลอก เป็นขุย หรือมีสะเก็ด (Scaly or crusty skin)
เชื้อราแมวอาการเริ่มต้นอีกอย่างก็คือผิวหนังบริเวณนั้นจะแห้ง แตก หรือเป็นขุยคล้ายรังแค บางจุดอาจลอกเป็นแผ่น หรือมีสะเก็ดคล้ายแผลที่หายแล้วตกสะเก็ด
5. สีขนหรือสีผิวเปลี่ยนไป (Changes in fur or skin color)
บางครั้งเชื้อราอาจทำให้ผิวบริเวณที่ติดเชื้อเปลี่ยนสี เช่น คล้ำขึ้น หรือแดงเรื่อ ๆ หากสังเกตว่าผิวแมวมีสีแปลกไปจากปกติ อาจต้องสงสัยไว้ก่อน
6. ผิวหนังอักเสบ หรือแดง (Inflamed areas of skin)

บริเวณที่ติดเชื้ออาจเริ่มบวม แดง หรือรู้สึกอุ่นเมื่อสัมผัส เป็นผลจากการอักเสบที่เกิดขึ้นจากการแพร่กระจายของเชื้อรา ซึ่งบางครั้งแมวอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเมื่อสัมผัส
7. ผื่นแดงหรือผิวแห้งบริเวณหัว หน้าอก หรือหลัง (Red or gray, scaly lesions)
เป็นอาการที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในบริเวณหัว คอ หรือหลังของแมว ผื่นอาจเริ่มเป็นสีแดงหรือเทา มีลักษณะแห้ง ลอกเป็นขุย มีขอบเขตชัดเจน บางครั้งนูนขึ้นคล้ายแผลกลาก
8. ผิวหนังหนาและแข็งบริเวณเล็บ (Rough, scaly, hardening of the base of the nails)
เชื้อราบางสายพันธุ์สามารถกระจายไปถึงโคนเล็บ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อรอบ ๆ เล็บ ซึ่งอาจดูแห้ง หยาบ และแข็งผิดปกติ
9. เกา เลีย หรือดูแลตัวเองบ่อยผิดปกติ (Excessive grooming and scratching)

แมวเป็นเชื้อราจะพยายาม “จัดการ” อาการคันด้วยการเกาหรือเลียบริเวณที่รู้สึกไม่สบาย แต่ถ้าแมวเริ่มเลียจุดเดิมซ้ำ ๆ หรือเกาบริเวณใดแรง ๆ จนขนร่วง ควรรีบสังเกตอย่างใกล้ชิด ลองแหวกขนดูสักเล็กน้อยว่าตรงจุดนั้นผิวหนังปกติอยู่ไหม ผิวหนังแดง อักเสบหรือเปล่า
10. เล็บผิดรูป หรือบิดเบี้ยว (Distortion of the nails)
หากเชื้อราแพร่ถึงเล็บ แมวอาจเริ่มมีเล็บที่งอ บิดเบี้ยว หรือเปราะ แตกง่าย ซึ่งเป็นอาการที่พบได้น้อย แต่ควรเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในแมวที่ติดเชื้อนานโดยไม่ได้รับการรักษา
11. เล็บติดเชื้อ (Nail infections)
แม้จะพบไม่บ่อย แต่หากเชื้อราแพร่ลึกลงไป อาจทำให้เล็บแมวเกิดการติดเชื้อ อักเสบ หรือมีหนอง แมวจะเจ็บปวดมาก เป็นอาการที่ควรพาน้องไปพบสัตวแพทย์ทันที
12. ผิวหนังหนาเป็นแผ่น หรือแข็งผิดปกติ (Thickened patches of skin)
ในบางกรณี ผิวหนังบริเวณที่ติดเชื้อราอาจเริ่มหนาตัวขึ้นและแข็งคล้ายหนังช้าง เป็นสัญญาณว่าเชื้อรากำลังลุกลามเรื้อรัง ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจัง
เชื้อราแมวรู้เร็ว รักษาไว ป้องกันการลุกลาม

การเข้าใจ เชื้อราแมวอาการเริ่มต้น คือการเพิ่มโอกาสให้แมวหายได้เร็วขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไปสู่คนและสัตว์เลี้ยงตัวอื่น เพราะเชื้อราในแมวสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
หากคุณสังเกตเห็นแมวมีอาการคล้ายที่กล่าวมาข้างต้น อย่ารอช้า! รีบพาไปหาสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัย และเริ่มการรักษาอย่างถูกวิธีมีโอกาสหายได้เร็วกว่า
